EMDR Psychotherapy การทำจิตบำบัดแบบ EMDR อันตรายไหม?

507 จำนวนผู้เข้าชม  | 

EMDR Psychotherapy  การทำจิตบำบัดแบบ EMDR อันตรายไหม?

 

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D)
Dr. Marid Kaewchinda 
นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
นักจิตบำบัด EMDR Psychotherapy/ Brainspotting Psychotherapy Practitioner

 

EMDR Therapy
การทำจิตบำบัดแบบ EMDR อันตรายไหม?

 

หลายคนสงสัยว่าการทำบำบัดด้านจิตใจสำหรับผู้ที่มีปมบาดแผลทางใจด้วยจิตบำบัดแบบอีเอ็มดีอาร์นั้นมีความอันตรายหรือไม่อย่างไร?

คำตอบคือ เทคนิคจิตบำบัดแบบ EMDR ถือได้ว่าการทำจิตบำบัดที่ปลอดภัยที่สุด และมีผลข้างเคียงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับการรักษาด้านจิตบำบัดรูปแบบอื่นๆ

กระบวนการทำงานของ EMDR อาจมีช่วงที่ต้องนำความทรงจำอันไม่พึงประสงค์มาทำงานด้วย ผู้รับบริการต้องดึงความทรงจำนั้นมาเข้าสู่กระบวนการบำบัดและทำงานหรือจัดการกับมันอย่างถูกวิธี

อย่างไรก็ตามการบำบัดด้วยเทคนิค EMDR จะเปลี่ยนผลกระทบด้านลบจากปมบาดแผลทางใจที่อยู่ในความทรงจำ หรือที่เคยถูกกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดหรือความจำอันเลวร้ายเหล่านั้นให้เบาลง ทำให้เกิดการลดระดับของความเครียดและความวิตกกังวลลง ส่งผลทำให้สภาวะทางด้านจิตใจดีขึ้น การได้รับบำบัดแบบ EMDR Therapy เป็นการเยียวยาด้านจิตใจรวมทั้งเป็นการเยียวยาร่างกายที่เคยเจ็บป่วยเรื้อรังหาและมักหาสาเหตุไม่เจอ จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ ที่เห็นชัดเจนที่สุดคือปัญหาการนอนไม่หลับ

 

ผู้ได้รับการบำบัดด้วยจิตบำบัดแบบ EMDR เห็นตรงกันว่า หลังทำ EMDR Therapy ปัญหาการนอนไม่หลับลดลง ช่วยทำให้สภาวะการหลับดีขึ้นสบายขึ้น

อย่างไรก็ตามยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ EMDR Therapy ในหลายๆ ประเด็นเช่น

EMDR Therapy เป็นวิธีการล้างสมองคนหรือไม่?

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและจิตแพทย์จากทั่วโลกสามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่า EMDR Therapy ไม่ใช่การล้างสมองอย่างแน่นอน

แต่จิตบำบัดEMDR เป็นเทคนิคทางจิตวิทยาที่ช่วยให้เราสามารถจัดการกับความทรงจำอันเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต หรือความคิดลบที่มีต้นตอมาจากปมบาดแผลทางใจในอดีตให้ได้รับการแก้ไขได้อย่างถูกต้อง

การจัดการที่ดีทำให้ความทรงจำอันไม่พึงประสงค์เหล่านั้นค่อยๆคลายปมและเกิดการไหลเวียนด้านความทรงจำในสมอง ส่งผลทำให้ความเครียดหรือความวิตกกังวลที่เคยมีเบาบางลงจนไม่สามารถจะมามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้อีกต่อไป

สมองถูกลบความทรงจำหรือไม่หลังทำจิตบำบัดด้วย EMDR Therapy

EMDR Therapy ไม่ได้ทำการลบความทรงจำที่เคยมีอยู่ แต่EMDRเป็นเทคนิคทางจิตวิทยาที่ทำงานตรงกับสมองส่วนในและส่วนที่ลึกที่สุดที่มีความสำคัญในการควบคุมด้านอารมณ์และการแสดงความคิดเป็นเหตุเป็นผล ทัศนคติ การมองโลกที่มักเกิดจากประสบการณ์และความทรงจำที่เคยมีมา

สมองทำงานร่วมกับการรับรู้ทางจิตใจและเชื่อมโยงสัมพันธ์กันกับการทำงานด้านร่างกาย

EMDR Therapy ถือเป็นจิตบำบัดแบบ somatic therapy ที่สมองประสานการทำงานเชื่อมโยงกับทางร่างกาย

ในกระบวนการของเทคนิคEMDRนี้จะมีการกระตุ้นการทำงานของสมองทั้งสองด้านผ่านการเคลื่อนไหวทางสายตา หรือการกระตุ้นประสาทสัมผัส การรับรู้การได้ฟังเสียง สมองมีความทรงจำที่เก็บสะสมไว้ และความทรงจำดังกล่าวอาจเป็นด้านลบ EMDR Therapy ช่วยให้ความทรงจำด้านลบได้ถูกจัดเก็บใหม่ ทำให้ความทรงจำที่ติดค้างได้เกิดการไหลเวียน ไม่ถูกปิดกั้นโดยผ่านการเคลื่อนไหวทางสายตาและการกระตุ้นการทำงานของสมอง โดยอาศัยความชำนาญของผู้เชี่ยวชาญด้าน EMDR คอยให้การช่วยเหลือสนับสนุน

เมื่อสมองไม่ถูกปิดกั้น ความทรงจำอันเลวร้ายก็จะเกิดการไหลเวียนส่งผลดีทำให้ช่วยลดระดับความเครียดและความคิดด้านลบให้เปลี่ยนไปในทางเป็นบวกมากขึ้น และยังส่งผลดีต่อร่างกายที่เคยเจ็บป่วยเรื้อรัง นอนไม่หลับ มีภาวะวิตกกังวล หรือโรคบางชนิด เช่น ย้ำคิดย้ำทำ สมาธิสั้น ภาวะซึมเศร้า หรืออาการไบโพล่าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและมีอาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตามระยะเวลาการฟื้นฟูด้านจิตใจในแต่ละคนไม่เท่ากัน เนื่องจากคนทุกคนมีปัญหาที่ซับซ้อนไม่เหมือนกัน

แต่การเริ่มต้นทำจิตบำบัดด้วยเทคนิค EMDR เพื่อให้สภาวะด้านจิตใจได้รับการเยียวยารักษาบรรเทาอาการก็ยังดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้เฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลย

 

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับจิตบำบัด EMDR มีอะไรบ้าง

1.  EMDR Therapy ใช้ในการรักษาผู้ที่ประสบภัยพิบัติ หรือ PTSD เท่านั้น

เริ่มแรก EMDR Therapy อาจถูกออกแบบมาเพื่อรักษาอาการปมบาดแผลทางใจ หรือ PTSD ในผู้ที่เกิดบาดแผลทางใจจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือผู้ที่เคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายไม่ว่าจะด้วยการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจซึ่งส่งผลต่อความเครียดที่รุนในเวลาแรงในเวลาต่อมา ความเครียดรุนแรงเหล่านั้นสะสมจนเกิดเป็นปัญหาด้านพฤติกรรมและบุคลิกภาพที่ผิดปกติหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

ซึ่งต่อมามีการค้นพบจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ซึ่งมีผลปรากฎชัดเจนว่าการทำบำบัดด้วยจิตบำบัดแบบ EMDR ไม่ใช่แค่ได้ผลเพียงการรักษาอาการปมบาดแผลทางใจหรือ PTSD เท่านั้นแต่ยังสามารถช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยด้านอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกันให้หายดีด้วย อาทิเช่น ภาวะซึมเศร้า อาการวิตกกังวล ภาวะแพนิค หรือ โรคหลายบุคลิกภาพ

2. EMDR Therapy เป็นวิธีการสะกดจิต

เทคนิคจิตแบบบำบัดอีเอ็มดีอาร์ ไม่ใช่การสะกดจิต แต่EMDR Therapy เป็นการทำงานตรงกับสมองโดยใช้การกระตุ้นสมองสองด้าน รวมทั้งการเคลื่อนไหวของสายตา

การบำบัดแบบ EMDR จะแตกต่างกับการทำสะกดจิตซึ่งที่มีภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น หรือ dream- like stateโดยสิ้นเชิง

การทำบำบัดด้วย EMDR Therapyผู้รับการบำบัดมีสติสัมปชัญญะตลอดกระบวนการที่ทำตั้งแต่ต้นจนจบ จะไม่มีภาวะที่เหมือนอยู่ในความฝันหรือกึ่งหลับกึ่งตื่นแต่อย่างใด อย่างไรการทำสะกดจิตควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแล และดำเนินการทำบำบัดโดยจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางจิตเวชเท่านั้นเพราะอาจมีผลข้างเคียงกับภาวะทางจิตที่คาดไม่ถึงเช่นไม่สามารถแยกแยะโลกความจริงออกจากโลกในจิตนาการได้ และอาจส่งผลเสียต่อสมองและความทรงจำขอ

ผู้มารับบำบัดในระยะยาวได้

3. EMDR Therapyน่าเชื่อถือจริงเหรอ?

EMDR ได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์และสมาคมนักจิตวิทยาทั่วโลกถึงประสิทธิภาพในการรักษาบำบัดจิตใจ EMDR Therapy  มีงานวิจัยสนับสนุนเชิงวิทยาศาสตร์และการรักษาทางการแพทย์มากมายที่ระบุผลการรักษาด้วยเทคนิคEMDR ว่ามีการทำงานอย่างไรและมีผลพิสูจน์ที่เห็นอย่างชัดเจนว่าสามารถช่วยรักษาบำบัดด้านจิตใจได้ดีเพียงใด

รวมทั้ง EMDR Therapy ยังเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์สากลและองค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) ซึ่งสามารถไปศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวบไซต์ต่างๆที่เขียนเกี่ยวกับEMDR Therapy ได้

3. ทุกคนสามารถเข้าสู่กระบวนการจัดการกับความทรงจำอันเลวร้ายด้วยจิตบำบัดแบบ EMDR ได้เลยทันที

ไม่ใช่ทุกคนที่มีความพร้อมในการเริ่มเข้าสู่กระบวนการบำบัดด้วย EMDR Therapy ได้ในทันที เพราะการจัดการกับความทรงจำในอดีตที่เลวร้ายนั้นต้องได้รับการเตรียมตัวให้พร้อมก่อน 

ถึงแม้ว่าการทำ EMDR Therapy เป็นการทำงานตรงกับสมองที่สามารถจัดการกับความทรงจำอันเลวร้ายได้อย่างดี แต่ขั้นเตรียมความพร้อมในการเริ่มกระบวนการทำจิตบำบัดแบบEMDRก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก

เนื่องด้วยสภาวะด้านจิตใจที่ยังไม่แข็งแรงอาจต้องมีการเรียนรู้เทคนิค และทักษะวิธีการเอาตัวรอดเวลาที่ต้องกลับไปเผชิญกับสภาวะอันไม่พึงประสงค์อีก

การต้องกลับไปเผชิญกับสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นหรือความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตอีกนั้นควรต้องมีทักษะและเครื่องมือที่ดีพอ เนื่องจากความรู้สึกไม่พึงประสงค์อาจทำให้เกิดความอึดอัดและไม่สามารถจัดการกับสิ่งที่รบกวนจิตใจนั้นได้ จึงต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมในขั้นเริ่มต้นให้ดีก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการทำจิตบำบัดแบบ EMDR แล้วนั้นผู้มารับบำบัดสามารถที่จะนำเทคนิควิธีจัดการที่ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญไปใช้รับมือแก้ไขภาวะการถูกกระตุ้นได้เป็นอย่างดี

ขั้นเตรียมความพร้อมด้วยเทคนิคการสร้างความมั่นคงทางจิตใจหรือ เทคนิค Stabilization ผู้เชี่ยวชาญด้าน EMDR จะให้ฝึกเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือและเทคนิคกลวิธีในการรับมือกับความทรงจำที่อาจต้องเผชิญ และในขั้นนี้ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินว่าเราพร้อมสำหรับการเข้าสู่กระบวนการในการจัดการกับปมปัญหาบาดแผลทางใจที่มีอยู่แล้วรึยังและสามารถนำทักษะนี้เข้าสู่กระบวนการอีเอ็มดีอาร์ไปจัดการกับปมในอดีตได้รึยัง

ดังนั้นความพร้อมในขั้นเตรียมตัวถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก การเร่งรัดเข้าสู่กระบวนการทำจิตบำบัดEMDR โดยที่ยังไม่มีความพร้อมจริงจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อการทำจิตบำบัด

 



ประโยชน์จากการรักษาด้วยจิตบำบัดEMDR มีอะไรบ้าง

1.  จิตบำบัดแบบ EMDR  ไม่ได้ช่วยแค่รักษาปมบาดแผลทางใจหรือ PTSDเท่านั้น

จิตบำบัดแบบอีเอ็มดีอาร์สามารถช่วยให้อาการอื่นๆ ดีขึ้นได้ด้วยเช่น ภาวะอาการ dissociative disorder depression  anxiety

โดยเฉพาะภาวะอาการที่เกิดจากการเชื่อมโยงกับบาดแผลทางใจในวัยเด็ก หรือ earlychildhood trauma

2.  EMDR Therapy ช่วยลดความคิดฟุ้งซ่านได้

การทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์สามารถช่วยให้เราระบุ เจาะจงและแยกแยะความคิดที่เกิดมาจากความทรงจำอันเลวร้ายได้ ช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนขึ้นว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรเพื่อไม่ให้เกิดความคิดในเรื่องการโทษตัวเองและช่วยลดความคิดที่เป็นลบและตัดความคิดที่ไม่จำเป็นออก ทำให้เราอยู่กับความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการบำบัดให้บรรลุเป้าหมาย

3. EMDR Therapy ให้ผลลัพธ์ที่ไวกว่า

การรักษาด้วยEMDR มีแนวโน้มช่วยเยียวยาด้านจิตใจที่เร็วกว่าการรักษาด้วยวิธีเทคนิคด้านจิตวิทยาแบบอื่นโดยสามารถหาข้อมูลที่เปรียบเทียบการรักษาได้มากมายจากทางเวปไซต์

4. EMDR Therapy ช่วยเพิ่ม Self-esteem

เป้าหมายในการทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์เพื่อช่วยจัดการกับความคิดลบและความทรงจำอันเลวร้ายที่เป็นตัวปัญหาทำให้เกิดความเชื่อและทัศนคติที่ไม่เป็นผลดีกับตัวเองเช่น รู้สึกไม่มีพลัง ไม่เข้มแข็ง ไม่มีความสามารถ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทัศนคติด้านลบที่ส่งกระทบต่อการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จ

การทำจิตบำบัดEMDR ก็เพื่อเข้าจัดการความคิดที่เป็นปัญหาจึงทำให้สมองเกิดการปรับสมดุลย์และส่งผลดีต่อทัศนคติด้านบวก และการมองเห็นคุณค่าในตัวเองเพิ่มมากขึ้น

5. EMDR Therapy ไม่เน้นเล่าปัญหา

การทำจิตบำบัดเป็นการทำงานตรงกับความทรงจำที่อยู่ในสมองด้านในดังนั้นไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดออกมาแต่เน้นการทำงานกับตัวเองภายในสมองด้านความคิดที่อยู่ในความทรงจำ และยังส่งผลดีกับคนที่มีปัญหาในการเล่าเรื่องออกมาเป็นคำพูดได้อีกด้วย

6. EMDR Therapy เชื่อถือได้ในทางการแพทย์

จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

การทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์เป็นเทคนิคที่ได้รับการยอมในวงการทางการแพทย์และEMDR Therapyยังเป็นที่แพร่หลายในวงการจิตวิทยาและวงการจิตแพทย์ในระดับสากลทั่วโลกอีกด้วย

หากแต่ต้องได้รับการบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนอบรมด้านจิตบำบัดEMDR จนชำนาญเท่านั้นจึงจะสามารถนำทักษะไปใช้ในการบำบัดเยียวยารักษาผู้อื่นได้

 

อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ควรทำอย่างต่อเนื่องและควรทำบำบัดอย่างน้อย 10 ครั้งหรือจนกว่าอาการภาวะต่างๆ ที่เคยมีจะดีขึ้น หรือหายขาด ไม่ควรทำๆทิ้งๆจะเป็นการเสียเวลาและเหมือนต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

หากเคยทำจิตบำบัดแบบอื่นมาแล้วไม่ได้ผลและสนใจอยากลองบำบัดด้วยจิตบำบัดEMDRสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อทำการนัดหมายผู้เชี่ยวชาญด้าน EMDR Therapy ได้ 


 

อ้างอิง

https://www.simplypsychology.org/dangers-of-emdr-therapy.html

 

https://mysydneypsychologist.com.au/how-does-emdr-work-a-neuroscience-explanation/#:~:text=Trauma%20Unraveled,like%20normal%2C%20less%20traumatic%20memories.

https://www.simplypsychology.org/dangers-of-emdr-therapy.html

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้