EMDR Therapy (อีเอ็มดีอาร์) Eye Movement Desensitization and Reprocessing วิธีบำบัดบาดแผลทางใจ

10155 จำนวนผู้เข้าชม  | 

EMDR  Therapy (อีเอ็มดีอาร์) Eye Movement Desensitization and Reprocessing วิธีบำบัดบาดแผลทางใจ


จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) หรือ

Eye Movement Desensitization and Reprocessing

วิธีบำบัดบาดแผลทางใจ

 

ดร. มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D)

นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญปัญหาครอบครัว วัยรุ่น และนักจิตบำบัด

EMDR Psychotherapy Supervisor and Brainspotting Psychotherapy Practictioner

 

 

 

ที่มา

จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) 

จิตบำบัดแบบอีเอ็มดีอาร์ หรือ EMDR Psychotherapy มาจาก (Eye Movement Desensitization and Reprocessing) เป็นหนึ่งในวิธีการบำบัดด้านจิตใจที่ทรงประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงผลลัพท์ เป็นเทคนิคจิตบำบัดที่ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาที่ผ่านการเทรนมาอย่างดีใช้ในรักษา บำบัดอาการผิดปกติด้านสุขภาพจิตใจ และบาดแผลทางจิตใจให้กับผู้ป่วย

จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ หรือ EMDR Therapy ได้ถูกค้นพบและพัฒนาขึ้นโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่ชื่อว่า Francine Shapiro ในปี 1988 และด้วยประสิทธิภาพในการรักษาบาดแผลทางใจที่ได้ผลดีในเวลาอันสั้นเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น CBT หรือ talk therapy แบบเดิมๆทั่วไป EMDR Therapy สามารถแก้อาการผิดปกติของผู้ที่ประสบเหตุการณ์สะเทือนใจ มีความเครียดขั้นรุนแรงจนเกิดเป็น PTSD ( Post-Traumatic Stress Disorder) หรือโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ รวมทั้งเทคนิคจิตบำบัดนี้ยังสามารถแก้อาการอื่นทางจิตเวชได้หลากหลายอาการ

ได้แก่

  • อาการวิตกจริต วิตกกังวล Anxiety,
  • หวาดระแวง หวาดกลัว panic attacks,
  • โรคหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่าง หรือ อาการphobias ต่างๆ
  • ความเจ็บป่วยที่เป็นมานาน Chronic Illness,
  • หรืออาการความเจ็บป่วยที่รักษามายาวนานแต่ไม่หาย และไม่เจอสาเหตุ (medical issues)
  • โรคซึมเศร้า Depression
  • โรคไบโพล่า bipolar disorders
  • โรคตัดขาดสังคม หลีกหนี้ชีวิตความเป็นจริง Dissociative disorders
  • โรคการกินผิดปกติ Eating disorders
  • อาการเศร้าโศรก ทุกข์ระทมจากการสูญเสีย Grief and loss
  • อาการเจ็บปวด Pain
  • โรคกลัวความล้มเหลว Performance anxiety
  • โรคบุคคลิกภาพบกพร่อง Personality disorders
  • บาดแผลทางใจ หรืออาการหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น Post Traumatic Stress Disorder หรือ PTSD
  • และบาดแผลทางใจอื่นที่ยังติดค้างในใจ จนบางครั้งอาจเกิด flashback หรือ มองเห็นภาพเหตุการณ์นั้นโผล่ขึ้นมาอีกทำให้มีอาการฝันผวา ฝันร้ายเวลานอนหลับ
    บาดแผลทางใจจากการถูกข่มขืน ถูกกระทำชำเรา
  • ถูกล่วงละเมิดทางเพศ Sexual assault 
  • หรือมีปัญหาในการนอนหลับ การนอนถูกรบกวน หรืออาการSleep disturbance ต่างๆ
  • อาการหลงผิดไปติดสารเสพติด ยาเสพติด Substance abuse and addiction 
  • รวมทั้งมีอารมณ์และพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว และทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือทำร้ายตนเอง Violence and abuse

 

EMDR Therapy มีการทำงานอย่างไร?


จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) มักจะถูกนำมาใช้ในการบำบัดจิตใจจากผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์สะเทือนใจจนเกิดเป็นอาการ Post-traumatic Stress Disorder หรือ PTSD ประสิทธิภาพของจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)นั้นเป็นที่ยอมรับในวงการทางการแพทย์ว่ามีความก้าวหน้าในการรักษาอาการป่วยทางด้านจิตใจที่ทำงานตรงถึงสมอง และให้ผลเป็นที่ชัดเจนจากหลักฐานที่ปรากฎในฟิมล์เอ็กเรย์ในสมองของผู้ป่วย

ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเข้าใจดีว่าหลังเหตุการณ์สะเทือนใจได้ผ่านไปแล้วมักทิ้งร่องรอยความทรงจำอันเลวร้ายให้กับผู้ประสบเหตุการณ์และสร้างความผิดปกติทางสภาพจิตใจให้เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะยังไม่แสดงอาการในทันทีแต่อาจใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปีจึงเริ่มแสดงผล   และนั้นมักส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันในเวลาต่อมา

เหยื่อจากการกระทำอันรุนแรงหรือผู้ถูกกระทำมักมีความทรงจำอันเลวร้ายตามมา รบกวนจิตใจ หรือตามมาหลอกหลอนจนทำให้เกิดเป็นโรคทางจิตประสาท อาการหลอนและภาวะต่างๆทางจิตที่บางครั้งเหยื่อก็ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ไม่เน้นการพูด และเล่ารายละเอียดแต่เน้นการฝึกเทคนิคต่างๆเพื่อควบคุมความคิด และการทำงานของสมองโดยตรง ดังนั้นเทคนิคต่างๆที่ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ได้ฝึกให้เราในช่วงแรกๆนั้นจึงสำคัญมากและควรฝึกทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการทำงานของสมองในการเตรียมการในขั้น reprocess และฟื้นฟูระบบสมองความคิด ความทรงจำ

ในหลายเคสเหยื่อไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ไม่รู้แน่ชัดถึงสิ่งที่มารบกวนการใช้ชีวิต และไม่รู้ที่มาที่ไปว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร ส่วนใหญ่มักเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กมากๆ อาการผิดปกติหรือความเจ็บปวดที่วนเวียนเกิดขึ้นรบกวนจิตใจซำ้ๆซากๆโดยไม่สามารถหลุดพ้นจากจุดนั้นได้มักส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตให้มีความสุข ดังนั้นเทคนิตจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์จึงเหมาะมากสำหรับการช่วยรักษาและบรรเทาความเจ็บปวด

 

นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ทุกคนสามารถทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) ให้เราได้หรือไม่?

หากสนใจเทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ควรสอบถามนักจิตวิทยาที่ดูแลเคสของเราหรือจิตแพทย์เจ้าของไข้โดยตรง เนื่องจากจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์จัดเป็นการรักษาทางการแพทย์และคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการฝึกอบรมและฝึกปฎิบัติในการใช้เทคนิคนี้ทางสมาคมEMDRIA ค่อนข้างมีเกณฑ์คุณสมบัติที่เฉพาะเจาะจง ดังนั้นจึงไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาทุกท่านที่สามารถให้บริการด้านจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)ได้

เทคนิคการทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) จะเข้าไปจัดการกับความทรงจำอันเลวร้ายทำให้สมองได้ปลดล็อคโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยผู้รับบริการในการกระตุ้นการทำงานของสมอง หรือการactivateการทำงานของสมองทั้งสองด้านในส่วนลึกข้างในที่ทำหน้าที่ด้านการรับรู้และความทรงจำ ดังนั้นการทำงานที่ลงลึกด้านการทำงานของสมองจึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจความสัมพันธ์ของความคิดและระบบการทำงานที่เชื่อมโยงด้านจิตใจ

  

 

จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์กับความน่าเชื่อถือ

เทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ หรือ EMDR Therapy ได้มีการค้นคว้าและเผยแพร่งานวิจัยที่สนับสนุนเทคนิคด้านจิตบำบัดนี้มากมาย สามารถหาอ่านได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย และในส่วนของการฝึกปฎิบัตินั้นเทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์นี้ถูกเผยแพร่ และใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยารวมทั้งจิตแพทย์ทั่วโลกทั้งในยุโรปและอเมริกา

ส่วนในเอเชียนั้นถือได้ว่าจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ EMDR Therapy ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติสากลแต่อย่างไรก็ดี ผู้ที่จะใช้เทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)นี้ได้ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมและได้รับการฝึกด้านจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์(EMDR Therapy) มาอย่างเชี่ยวชาญเนื่องจากมีกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนรวมทั้งเป็นการทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสมองดังนั้นความรู้พื้นฐานด้านจิตวิทยาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต้องอาศัยความรู้ด้านการวิเคราะห์อาการของโรคทางจิตเวชที่ส่งกระทบต่อระบบการทำงานของประสาทและสมองด้วย 

ประสิทธิภาพของการทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)


มีรายงานและผลตอบรับจากผู้รับบริการเองถึงผลลัพธ์ที่ทำให้หลายคนเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของตัวเองอย่างชัดเจน เปลี่ยนชีวิตที่เคยเศร้าโศกมีแต่ความทุกข์ให้สามารถกลับมามีความสุขและความหวังในการใช้ชีวิตได้อีกครั้ง

ประสิทธิภาพในการบำบัดด้านจิตใจด้วยเทคนิคอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) นั้นสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อันเลวร้าย หรือผู้ประสบเหตุการณ์ไม่คาดคิดและตกเป็นเหยื่อจากเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวมีผลการสำรวจและเก็บข้อมูลในประเทศสหรัฐอเมริการว่าสามารถช่วยลดอาการPTSD หรือความเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าร้อยละ80

 
ในหลายประเทศได้นำเทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ EMDR Therapy นี้ไปใช้ช่วยเหลือด้านจิตใจให้แก่ผู้ที่ต้องการรักษาบาดแผลด้านจิตใจทั้งที่รุนแรงและที่ไม่รุนแรง ในวงการจิตวิทยาและสมาคมจิตแพทย์ในต่างประเทศได้ให้การยอมรับเทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) กันอย่างกว้างขวางและมีการพิสูจน์มาแล้วว่าประสิทธิของเทคนิคอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) นั้นให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งมาก ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและได้รับยามาเป็นเวลาหลายสิบปีแต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าและดูเหมือนจะมีอาการแย่ลงเมื่อลองเปลี่ยนมาใช้เทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) กลับสามารถหายจากอาการซึมเศร้าได้ และไม่ต้องกินยาอีกต่อไปได้

มีผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์มากมายที่ตีพิมพ์ไปในหลายประเทศว่าจิตบำบัดด้วยเทคนิคอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)นั้นได้ให้ประโยชน์มากมายโดยเฉพาะอาการบาดแผลทางใจกจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ รวมทั้งบาดแผลทางใจจากการถูกกระทำ การตกเป็นเหยื่อของการถูกล่วงละเมิดกระทำชำเราหรือเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงและทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงด้านจิตใจ รวมทั้งเทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)ยังมีประสิทธิภาพอย่างมากต่อการรักษาโรคซึมเศร้า หรือภาวะซึมเศร้าด้านจิตใจทั้งในวัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่หรือแม้กระทั่งในผู้สูงอายุ

 

 

บทพิสูจน์

จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) ได้ถูกเผยแพร่ถึงประสิทธิภาพที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะเวลาอันสั้นเมื่อเทียบกับการรักษาแบบอื่น โดยมีหลักฐานการพิสูจน์ยืนยันทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูด้านจิตใจและกระบวนการที่ทำให้ระบบความทรงจำและการรับรู้ของสมองกลับมาทำงานเป็นปกติโดยสีแดงจากภาพด้านล่างแสดงถึงอาการPTSD ที่ยังติดค้างในสมองจะค่อยๆลดระดับลงเมื่อทำจบกระบวนการทั้ง 8 phrases

ภาพแสดงผลบนฟิล์มเอ็กซ์เรยสมองก่อนและหลังทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)

ในหลายประเทศทางการแพทย์ให้การยอมรับในเรื่องประสิทธิภาพของเทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) จึงทำให้เทคนิคจิตบำบัดเอ็มดีอาร์ EMDR Therapy ได้รับการเผยแพร่ในวงการสมาคมนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกาและในยุโรป รวมทั้งในเอเชียด้วยเพื่อจะได้นำเทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์(EMDR Therapy)นี้ไปช่วยเหลือคนไข้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคทางจิตเวชต่างๆและเป็นการรักษาฟื้นฟูสภาวะทางจิตใจอย่างเข้าใจธรรมชาติและการทำงานของระบบประสาทสมองและจิตใจที่สัมพันธ์กันกับร่างกายเพื่อลดอาการเจ็บป่วยด้านร่างกายและความผิดปกติด้านบุคคลิกภาพต่างๆในบรรเทาลงได้


Credit: LFS of Nebraska

จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) ทำงานอย่างไร?

จากประสบการณ์การใช้เทคนิคจิตบำบัดด้วยอีเอ็มดีอาร์ EMDR Therapy ทำให้นักจิตบำบัด นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาด้านต่างๆเห็นผลถึงประสิทธิภาพและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผู้เข้ารับบริการอย่างชัดเจนในระยะเวลาอันสั้น และไม่ต้องกลับไปรักษาด้วยยาอีกต่อไป เป็นการรักษาที่รวดเร็ว และปลอดภัยกว่าการใช้ยาและเป็นกระบวนการฟื้นฟูการทำงานของสมองและความทรงจำตามธรรมชาติ

การบำบัดจิตใจด้วย อีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) มีขบวนการและขั้นตอนที่สามารถช่วยแก้ไขอาการและความทรงจำที่เลวร้ายที่ติดค้างในสมองที่ยังไม่ถูกจัดเก็บให้เป็นระบบระเบียบจึงทำให้เกิดการถูกรบกวนต่อสมองส่งผลด้านจิตใจหลังผ่านประสบการณ์อันเลวร้าย


ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากระบบความทรงจำในสมองที่ยังไม่ได้ถูกจัดระเบียบอย่างสมบรูณ์นี้ ทำให้เมื่อเราเจอกับสถานการณ์คล้ายคลึงกัน หรือเจอตัวกระตุ้น สมองของเราก็จะกลับไปนึกถึงและเชื่อมโยงกับเรื่องเลวร้ายในอดีตครั้งนั้นอีกครั้ง นั้นเป็นเพราะประสบการณ์อันเลวร้ายไปทำให้ระบบไหลเวียนความทรงจำในสมองถูกขัดจังหวะ ดังนั้นการใช้เทคนิคอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) เข้าไปจัดการกับระบบความคิด ความทรงจำของสมองที่ถูกแช่แข็ง ช่วยให้เกิดการปลดล็อค ทำให้ความทรงจำในอดีตเกิดการไหลเวียนไม่ติดขัด ทำให้การทำงานด้านข้อมูลของสมองกลับมาทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ลดสภาวะการถูกรบกวนด้านจิตใจในการดำเนินชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้น

จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) มีทั้งหมด 8 ขั้น (8 Phrases)

Phrase 1:  History-taking
Phase  2: Preparing the client
Phase  3: Assessing the target memory
Phases 4-7: Processing the memory to adaptive resolution
Phase  8: Evaluating treatment results

บางครั้งประสบการณ์อันเลวร้ายต่างๆที่ได้พบเจออาจเป็นเรื่องใหญ่ และสร้างบาดแผลทางใจ ทำให้เกิดความเครียด และมีความคิดที่มีแต่ด้านลบ บางเหตุการณ์อาจทำให้เราซ็อคหรือเจ็บปวด ยากเกินจัดการรักษาฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นการมาพบผู้เชี่ยวชาญด้านจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์จะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งด้านจิตใจให้เพิ่มขึ้นด้วยการใช้เทคนิคและเพิ่มทักษะความเข้มแข็งให้กับจิตใจจนภายใจจิตใจสามารถต่อสู้และฟื้นคืนกลับมาได้ด้วยตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ

8 ขั้นตอนเปรียบเสมือนแผนทางการรักษาจิตใจ ในทุกขั้นตอนที่ผู้เชี่ยวชาญให้การบำบัดนั้นเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อให้การทำงานของสมองนั้นได้ถูกกระตุ้นเพื่อเปิดการไหลเวียนของระบบความทรงจำที่ถูกแช่งแข็งมานานและช่วยสร้างระบบความทรงจำใหม่และประสบการณ์ใหม่ที่เป็นบวกให้เพิ่มขึ้นโดยสามารถรับมือกับเหตุการณ์อันเจ็บปวดที่ผ่านมาแล้วได้โดยเหตุการณ์เลวร้ายในอดีตไม่สามารถมารบกวนจิตใจได้อีกต่อไป

และถึงแม้การบำบัดด้วยอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)จะจบไปแล้วแต่การทำงานของสมองก็ยังทำงานต่อไป การไหลเวียนด้านความทรงจำยังทำงานอย่างต่อเนื่องจึงทำให้สมองของเราคลายอาการติดขัดจากความจำที่ถูกแช่แข็ง ทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายที่ส่งผลให้เราคิดวนเวียนและเกิดความเจ็บปวดซ้ำๆซากๆได้หายขาด เทคนิคEMDR (อีเอ็มดีอาร์) นี้ถือว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาอาการเจ็บป่วยทางใจแบบได้ผลถาวรและแทบจะไม่มีผลข้างเคียงต่อสมองในการบำบัดรักษาเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยา

 
หลักฐานค้นพบ

จากรายงานการวิจัยของ Scientific American.com  พบว่าจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) สามารถช่วยคนที่มีปัญหาด้านความเครียด วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ไบโพล่าหวาดระแวงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  หรือเหยื่อจากการถูกบูลลี่ หรือถูกกลั่นแกล้งในวัยเด็ก การถูกทำร้ายร่างกาย และจิตใจที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้นอาจทำให้เกิดอาการหวาดระแวง วิตกกังวล ตื่นตระหนกง่ายจนถึงขั้นจิตและประสาทหลอน และอาจรุนแรงถึงขั้นคิดว่าจะมีคนมาทำร้ายหรือไม่ประสงค์ดีกับตนเองอยู่ตลอดเวลาได้ หรือเกิดเป็นโรคแพนิคแอคแทค และจิตหลงผิดได้

ซึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะสมองเกิดความเครียดรุนแรงไม่ได้รับการแก้ไขและส่งผลต่อเคมีบางชนิดในสมองทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ และเมื่อสมองไม่สามารถแยกแยะเหตุการณ์จริงกับจิตนาการความคิดของตนได้ก็จะส่งผลเสียและแสดงออกทางบุคคลิกภาพที่บกพร่อง ป่วยเป็นโรคทางจิตต่างๆนานา 

จิตบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) ได้มีการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถแก้อาการหวาดกลัวในบางสิ่งบางอย่างหรือบาดแผลทางใจที่เกิดจากความหวาดกลัว ประสบเหตุภัยต่างๆ หรือเหตุการฝังใจในบางเรื่องได้ เช่นประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ แผ่นดินถล่ม ซึนามิ เหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หรือ ประสบการณ์อันเลวร้ายอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับตนเองตั้งแต่วัยเด็กแลเะส่งผลต่อการใช้ชีวิตเมื่อโตเป็นวัยผู้ใหญ่ได้

ความคิดที่ไม่ได้รับการแก้ไขเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้คนเราเกิดอาการผิดปกติ หวาดผวา โรคซึมเศร้าความผิดปกติทางจิตหรือ เกิดเป็นโรคจิตเพศ มีรสนิยมทางเพศที่ประหลาด หรือแม้แต่กลายเป็นโรคจิตบางอย่างตามมาได้ เช่น Schizophrenia, eating disorders, phobia, bipolar รวมไปถึงการเกิดโรคมะเร็งที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากความเครียดภายในจิตใจที่ไม่ได้รับการบำบัดรักษาด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้บทพิสูจน์อีกด้านหนึ่งของงานวิจัยจาก New York Times โดย Wilson Becker and Tinker กล่าวไว้ว่าการบำบัดด้วยจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) สามารถจัดการกับความทรงจำอันเลวร้าย โดยเฉพาะ Post-traumatic Stress Disorder (PTSD) หรือเหตุสะเทือนใจขั้นรุนแรงได้

หลังจากที่พวกเขาได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างผู้เข้าร่วมวิจัยที่เคยผ่านการเป็นทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์สะเทือนใจเมื่อครั้งไปรบในสงคราม เมื่อได้เข้ารับการทำบำบัดพบว่าหลังจากได้รับการบำบัดด้วย อีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)ไปสักระยะหนึ่งก็สามารถจัดการกับความทรงจำอันเลวร้ายที่รบกวนจิตใจได้ 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า คนที่ได้รับการบำบัดด้วยอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) นั้นสถิติมากกว่า 90% เป็นเหยื่อของการถูกล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากได้รับการรักษาด้วยการทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) สามารถหายจากอาการซึมเศร้า สมองได้ถูกปลดล็อกจากอาการความผิดปกติที่รบกวนจิตใจ หวาดผวา และกลับมาดีขึ้นเกือบร้อยเปอร์เซนต์โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาไม่ซับซ้อนและ ในกรณีที่ปัญหามีความซับซ้อนก็สามารถช่วยฟื้นฟูด้านจิตใจให้กลับมาดีได้ผลดีขึ้นถึง 77% หลังจากใช้ EMDR Therapy แบบ50 นาที รวมทั้ง  จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ ยังได้รับการรับรองด้านประสิทธิภาพจากองค์การอนามัยโลก World Health Organization (WHO) และองค์กรจิตวิทยาและจิตแพทย์ในยุโรป และในระดับนานาชาติสากลอีกด้วย

 

อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) เหมาะกับใคร

อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) เหมาะกับทุกคนที่ต้องทนกับความทุกข์ทรมานใจจากเหตุการณ์สะเทือนใจอันเลวร้ายรุนแรง ประสบการณ์ไม่พึงประสงค์ส่งผลต่อบาดแผลทางใจหรือ PTSD Post Traumatic Stress Disorder (PTSD) โรคเครียดจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ รวมทั้งอาการ เครียด (Stress) วิตกกังวล (Anxiety) ตื่นตระหนก (Panic)และ อาการซึมเศร้า (Depression) ไบโพล่า (Bipolar) โรคหวาดระแวง จิตหลอน หูแว่ว กินไม่ได้ นอนหลับไม่สบายมีความผิดปกติ หรือeating disorders and sleeping disorders รวมทั้งอาการ phobia หรือโรคกลัวบางสิ่งบางอย่างรุนแรงด้วย

การบำบัดด้วยเทคนิค EMDR (อีเอ็มดีอาร์) สามารถช่วยกระตุ้นสมองด้านการพัฒนาความจำในสมองสองด้านพร้อมกัน สามารถลดและกำจัดอาการภาวะทางจิตที่ผิดปกติ อันเกิดมาจากความทรงจำที่เลวร้ายทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

จุดประสงค์หลักของ อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) ก็เพื่อทำให้ผู้รับการบำบัดสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ขัดขวางการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้ได้ รวมทั้งมีการจัดการสุขภาวะทางอารมณ์ที่ถูกรบกวนด้วยเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีตให้ได้ ช่วยในเรื่องการปรับความคิด รู้จักรักตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง ดูแลใส่ใจตนเอง เข้าใจตัวเอง เข้าใจปัญหาและแก้ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในอดีตให้ทุเลาลง

จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) แสดงให้เห็นว่า พลังงานด้านลบเกิดจากการตีความของสมองที่ไม่ได้รับการแก้ไขหรือการที่สมองถูกขัดจังหวะทำให้ระบบประสาทและสมองด้านความทรงจำเกิดการติดขัดไม่ไหลเวียนและถูกแช่แข็งจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่ได้ประสบพบเจอมา การบำบัดด้วย จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์(EMDR Therapy)จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดทำให้สมองเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี ความคิดไหลเวียน สมองที่ติดขัดกลายเป็นพลังงานด้านบวกที่ไหลโฟล คลายปมที่ฉุดรั้งชีวิตเราไม่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ ทำให้ชีวิตกลับมามีความสุขและความมั่นใจอีกครั้ง 



 
คุณประโยชน์ของวิธีบำบัดใจด้วย อีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)


นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกหลายท่านรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดหลังใช้การบำบัดด้วยเทคนิคอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) และสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ผู้มารับบริการมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น และมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางบวกมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น

ช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์ เช่นอาการแพนิค หวาดระแวง หวาดกลัว วิตกกังวล เครียดสะสม อาการซึมเศร้า ฝันผวา Sleeping disorde ทำให้อาการเหล่านี้ลดลงและไม่เป็นปัญหาที่สร้างอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันได้อีกต่อไป

การใช้เทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) ช่วยให้ชีวิตกลับมามีความสุขอีกครั้ง ข้อดีของการทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ที่แตกต่างจากการทำcounseling หรือ talk therapy อย่างเห็นได้ชัดมีผลสรุปจากงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ไว้ดังนี้

1. สมองมีการเรียงลำดับความคิด

เทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) ช่วยให้เรารู้สึกถึงความทรงจำของเหตุการณ์อันเลวร้ายได้ถูกจัดระเบียบในสมอง รู้สึกเข้าใจ และชัดเจนขึ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีกระบวนการในการทำความเข้าใจเพื่อให้รู้สึกว่าเหตุการณ์เหล่านั้นไม่สามารถมามีอิทธิพล หรือสามารถมารบกวนการใช้ชีวิตของเราได้อีกต่อไป

2. ทำให้รู้จักปล่อยวาง

ขั้นตอนของจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) ช่วยให้เรามีการใช้ความคิดในการพิจรณาและมีการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้สมองได้กลับไปปลดล็อคความทรงจำทำให้ความคิดมีความลื่นไหลทำให้เรารู้สึกคลายความหนักใจ ทุกข์ใจ และสามารถใช้ชีวิตอย่างเข้าใจแบบคนที่มองปัญหาอยู่ห่างๆ

3. ช่วยเรื่องความคิดลบ


มีการปรับภาวะด้านอารมณ์ และความมั่นใจ เหตุการณ์เลวร้ายที่ยังฝังลึกในใจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ย่อมล้วนแต่ส่งผลร้ายต่อการดำเนินชีวิตของคนเราได้ทั้งนั้น ความคิดด้านลบจากเหตุการณ์อันเลวร้ายล้วนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และคนในครอบครัว บ่อยครั้งทำให้เกิดความขัดแย้ง และตัดขาดการเชื่อมโยงกับสิ่งที่สำคัญในชีวิต ทำให้อยากหลีกหนีหรือแยกตัวออกห่างจากสังคม

การได้จัดการกับความทรงจำอันเลวร้ายเป็นการรักษาความเชื่อมั่นจากภายในที่ถูกกระทบกระเทือนจากประสบการณ์อันเลวร้ายในชีวิตภายนอก ช่วยในการมองภาพตัวเองและมีการเชื่อมโยงกับพฤติกรรมที่ตนเคยเลือกกระทำที่เป็นผลมีจากความทรงจำด้านลบ ทำให้เกิดการมองเห็นที่จะเปลี่ยนแปลงในการปรับพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้นให้ดีขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) สามารถช่วยพัฒนาในเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง และทำให้เราสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาอุปสรรค์ได้อย่างมีสติ รู้หลักการขั้นตอนและมีความเข้าใจถึงสิ่งที่กำลังจะเข้ามาจากเหตุการณ์ที่เรามีประสบการณ์ในชีวิต และทำให้เราสามารถพัฒนาความคิดให้เติบโตและแข็งแกร่งจากเหตุการณ์ในอดีตขึ้นได้

รู้ได้อย่างไรว่าเราพร้อมสำหรับการทำอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) หรือไม่?
 
การทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ ( EMDR Therapy) จะโฟกัสตรงไปที่การบำบัดด้านอารมณ์ ความนึกคิด และปฎิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์สะเทือนจิตใจที่เกิดขึ้นหรือบาดแผลทางใจที่รุนแรงที่มีผลต่อการทำงานของสมองเป็นหลัก ด้วยเทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy)นี้จะไปทำงานกับสมองส่วนในเรื่องการจัดการกับความทรงจำที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ ทำให้เกิดการไหลเวียนของความทรงจำในสมองที่มีการจัดเก็บไม่สมบรูณ์ การที่เราพยายามไปลบความทรงจำ การพยายามทำให้ลืมจึงเป็นการแก้ไขไม่ถูกวิธี เพราะเป็นการไปบิดเบือนสมอง การเก็บซ่อนความรู้สึกยิ่งส่งผลต่อด้านความกดดันและไม่สามารถแสดงออกทางจิตใจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา 

การทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ในช่วงแรกอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นบ้างเช่นปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือ ฝันร้าย มักเป็นผลมาจากการทำงานของสมองที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย 
ดังนั้นควรพูดคุยกับนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญให้เข้าใจถึงหลักการและขั้นตอน กระบวนการก่อนการเริ่มทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์(EMDR Therapy)ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพของการรักษา 

อย่างไรก็ตามหากมีความสะเทือนใจฟูมฟายหรือไม่สามารถพูดถึงหรือนึกถึงเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อความเจ็บปวดนั้นได้เลย หรือพยายามหลีกหนีเวลาที่นึกถึงมันและทนไม่ไหวทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้นอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าเราอาจยังไม่พร้อมสำหรับการทำจิตบำบัดด้วยเทคนิคอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) ควรแจ้งนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญโดยทันทีเพื่อขอรับคำแนะนำว่าควรปฎิบัติตัวอย่างไรเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมและควรใช้เทคนิคด้านจิตบำบัดอื่นใดเพื่อช่วยเตรียมตัว

หัวใจของการทำการจิตบำบัดด้วยEMDR Therapy (อีเอ็มดีอาร์) คือช่วยให้เราหายจากอาการป่วยที่เกิดจากสภาพจิตใจหรือบาดแผลในใจที่ยังไม่รับการรักษาเยียวยา
อย่างไรก็ดีระยะเวลาในการฟื้นคืนของสภาพจิตใจในแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความซับซ้อนของปัญหาในแต่ละคน

จิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) แตกต่างจากการเทคนิคบำบัดด้านจิตวิทยาอย่างอื่นเนื่องจากจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ (EMDR Therapy) เป็นการไปกระตุ้นการทำงานของสมองและ ร่างกายให้มีการสื่อสารทำงานร่วมกันและเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการบำบัดให้เกิดประสิทธิภาพด้านอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดเป็นกระบวนการให้ร่ายการและจิตใจได้ฟื้นฟูตัวเอง โดยไม่เน้นการพูด เป็นการให้คุณค่า โฟกัสไปที่ปม และจัดการกับช่วงเวลาหรือเหตุการณ์อันเลวร้ายบางอย่างที่ยากเกินจะอธิบายมาเป็นภาษาได้หรือบางครั้งความเจ็บปวดนี้ก็มีมากเกินกว่าจะบรรยายมาเป็นคำพูดได้

แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะการบำบัดด้วยอีเอ็มดีอาร์จะไม่มีการพูดคุยเลย เพียงแต่แค่จำกัดการพูดและใช้เทคนิคจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์เข้ามาเป็นตัวเร่งให้เกิดการแก้ไขให้เร็วขึ้นในระบบสมองในขณะที่ทำการบำบัด และถึงแม้ว่าชั่วโมงในการทำจิตบำบัดจะจบไปแล้วแต่กระบวนการทางสมองก็ยังคงทำงานปลดล็อคต่อไปเป็นอัตโนมัติดังนั้นเมื่อได้เริ่มการทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์แล้วจึงเหมือนกับการไปหยุดวงจรการเจ็บปวดซำ้ซาก ซึ่งผู้รับบริการส่วนใหญ่จะรู้สึกถึงกระบวนการฟื้นฟูทางจิตใจที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง


อ้างอิง :  1. Greenwoodcounselingcenter.com

           2. Healthline.com

           3. New York Times

           4. Center for Discovery Eating Disorder Treatment

           5. https://ipseitycounselingclinic.com/2019/12/03/is

              -emdr-therapy-right-for-me/

           6. www.facebook.com/bettermindthailand
           7. https://www.bettermindthailand.com/
           8. https://www.goodtherapy.org/learn-about-therapy/types/eye-                        movement-desensitization-and-reprocessing

           9. https://www.apa.org/ptsd-guideline/treatments/eye-movement-                      reprocessing





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้