6 เทคนิคการฝึกสติ (Mindfulness) และวิธีจัดการความเครียดอย่างถูกวิธี เพื่อใจที่สบายและมั่นคง

3625 Views  | 

6 เทคนิคการฝึกสติ (Mindfulness) และวิธีจัดการความเครียดอย่างถูกวิธี เพื่อใจที่สบายและมั่นคง

Mindfulness & Mental Wellbeing

6 เทคนิคการฝึกสติ (Mindfulness) อย่างไรให้ใจสบาย
พร้อมแนวทางจัดการความเครียดอย่างถูกวิธี

คืนความสงบในจิตใจ ปลดล็อกความเครียดสะสม เพื่อสุขภาวะทางอารมณ์ที่สมบูรณ์

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกสติและจิตบำบัด

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D.)

นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

EMDR Psychotherapy Supervisor & Brainspotting Practitioner

การฝึกสติ (Mindfulness) คือกระบวนการฝึกฝนจิตใจให้จดจ่ออยู่กับสภาวะปัจจุบัน โดยปราศจากการตัดสิน ความวิตกกังวล หรืออคติในสิ่งที่เกิดขึ้น การฝึกสติอย่างสม่ำเสมอช่วยลดระดับความเครียด เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท และสร้างภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

เทคนิคและวิธีปฏิบัติในการฝึกสติ Mindfulness

6 เทคนิคและวิธีปฏิบัติในการฝึกสติ (Mindfulness)

1. ฝึกหายใจอย่างมีสติ (Mindful Breathing)

รับรู้ถึงลมหายใจเข้าและออกช้าๆ สังเกตความรู้สึกบริเวณหน้าอกหรือท้องที่เคลื่อนไหว โดยไม่ต้องพยายามเปลี่ยนแปลงหรือควบคุมจังหวะ เพียงแค่รับรู้การมีอยู่ของลมหายใจ

2. ทำกิจวัตรประจำวันด้วยสติ (Mindful Daily Routines)

ขณะทำกิจกรรมง่ายๆ เช่น ล้างมือ อาบน้ำ ทานอาหาร หรือเดิน ให้ใส่ใจและรับรู้ทุกสัมผัส กลิ่น รสชาติ และการเคลื่อนไหวอย่างเต็มที่ในขณะนั้น

3. สังเกตความคิดและอารมณ์โดยไม่ตัดสิน (Non-judgmental Awareness)

เมื่อมีความคิดหรืออารมณ์ด้านลบเกิดขึ้น ให้รับรู้ว่ามันกำลังเกิดขึ้นเหมือนมองดูเมฆที่ลอยผ่านไป โดยไม่ต้องพยายามปฏิเสธ ควบคุม หรือตำหนิตนเอง

4. สำรวจความรู้สึกทางร่างกาย (Body Scan)

ส่งความรู้สึกไปสำรวจส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รับรู้จุดที่มีความตึงเครียด อาการเกร็ง หรือความรู้สึกสบาย เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างเป็นธรรมชาติ

5. ใช้เสียงและสิ่งรอบข้างเป็นเครื่องเตือนสติ

เปิดรับเสียงจากธรรมชาติ เสียงดนตรี หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยจดจ่ออยู่กับเสียงเหล่านั้นอย่างจดจ่อ เพื่อดึงจิตใจกลับมาสู่สภาวะปัจจุบัน

6. นั่งสมาธิเจริญสติ (Mindfulness Meditation)

จัดหาสถานที่เงียบสงบ นั่งในท่าที่สบาย หลับตาเบาๆ แล้วดึงความสนใจทั้งหมดมาไว้ที่ลมหายใจ หากจิตใจเริ่มฟุ้งซ่าน ให้ดึงความรู้สึกกลับมาที่ลมหายใจด้วยความอ่อนโยน

คำแนะนำจากนักจิตวิทยา: ควรฝึกอย่างสม่ำเสมอวันละ 5-10 นาที โดยไม่กดดันตนเอง และควรปฏิบัติติดต่อกันควบคู่ไปกับการจัดการความเครียด (Stress Management) เพื่อผลลัพธ์ในการดูแลสุขภาพจิตที่ยั่งยืน
เทคนิคการจัดการความเครียด Stress Management

7 เทคนิคจัดการกับความเครียด (Stress Management) อย่างได้ผล

  • 1. ตัดและลดความเครียดที่ไม่จำเป็น: รักษาระยะห่างจากบุคคลหรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด จำกัดเวลาการรับข่าวสารเชิงลบ และปฏิเสธภาระงานที่เกินกำลัง
  • 2. หาจุดสมดุลในชีวิต (Work-Life Balance): สื่อสารความต้องการของตนเองอย่างสุภาพ มีความยืดหยุ่น จัดสรรเวลาสำหรับการพักผ่อนและทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ
  • 3. ปรับตัวและปรับทัศนคติ: ปรับเปลี่ยนระดับความคาดหวัง ปรับมุมมองต่อปัญหา เรียนรู้ที่จะชื่นชมและขอบคุณเรื่องราวดีๆ ในแต่ละวัน
  • 4. ยอมรับในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้: เรียนรู้การปล่อยวางในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเปลี่ยนพลังงานมาใช้กับการเรียนรู้และแก้ไขปรับปรุงในอนาคต
  • 5. บริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ: จัดลำดับความสำคัญของงาน (Priority) กระจายงานให้ผู้อื่นตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันความตึงเครียดจากภาระงานล้นมือ
  • 6. ขยับร่างกายและออกกำลังกาย: การออกกำลังกายวันละ 30 นาที เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือฟังเพลงขณะออกกำลังกาย ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุข (Endorphin)
  • 7. สานสัมพันธ์กับคนรอบข้าง: พูดคุยระบายความรู้สึกกับเพื่อนหรือครอบครัวที่ไว้วางใจ การได้รับการรับฟังจะช่วยแบ่งเบาความหนักอึ้งในใจได้ดี
ดูแลสุขภาพจิตและปรึกษานักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อความเครียดมีมากเกินรับมือ ควรทำอย่างไร?

การดูแลสุขภาพกายด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์และการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากความเครียดหรือความวิตกกังวลสะสมจนเริ่มกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือการทำ จิตบำบัด (Psychotherapy) จะช่วยปลดล็อกสาเหตุของปัญหาได้อย่างตรงจุดและปลอดภัย

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกสติและการจัดการความเครียด

Q: หากฝึกสติแล้วจิตใจยังคงฟุ้งซ่าน ถือว่าล้มเหลวหรือไม่?

ไม่ถือว่าล้มเหลวครับ การที่เรารู้ตัวว่าจิตใจกำลังฟุ้งซ่านนั่นคือ "การมีสติ" แล้ว ให้ค่อยๆ ดึงความรู้สึกกลับมาที่ลมหายใจโดยไม่ต้องตำหนิตัวเองครับ

Q: การฝึกสติ ต่างจากการทำจิตบำบัดอย่างไร?

การฝึกสติเป็นเครื่องมือดูแลและดูแลจิตใจตนเองในเบื้องต้น ส่วนจิตบำบัดเป็นกระบวนการรักษาโดยนักจิตวิทยาเพื่อแก้ไขปมปัญหาลึกซึ้ง ความเครียดสะสม หรือบาดแผลทางใจโดยเฉพาะครับ

Q: หากสนใจปรึกษานักจิตวิทยาเรื่องความเครียด มีขั้นตอนอย่างไร?

สามารถติดต่อทีมนัดหมายของ Better Mind เพื่อประเมินอาการเบื้องต้น และนัดเวลาพูดคุยกับ นักจิตวิทยาการปรึกษา ได้ทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
  • Momentum Psychology
  • NHS Mental Health Guidelines (UK)
  • HelpGuide.org - Stress Management

จัดการความเครียดสะสมอย่างถูกวิธีเพื่อจิตใจที่แข็งแรง

หากความเครียดเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ให้ผู้เชี่ยวชาญ Better Mind คอยดูแลและให้คำปรึกษาแก่คุณ

นัดหมายปรึกษานักจิตวิทยา

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้