EMDR Therapy คืออะไร? ปลดล็อกปมค้างใจใน 3 นาที | Better Mind

17869 Views  | 

EMDR Therapy คืออะไร? ปลดล็อกปมค้างใจใน 3 นาที | Better Mind

ล็อกเป้าปมค้างใจ แล้วปลดล็อกด้วยสมองตัวเอง: ทำความรู้จัก EMDR Therapy ใน 3 นาที


เขียนโดย ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D.)

นักจิตวิทยาการปรึกษา และนักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญ EMDR / Brainspotting Psychotherapy

คุณเคยไหมครับ? เรื่องแย่ ๆ บางเรื่องผ่านมาเป็นปี ๆ แล้ว

แต่อยู่ดี ๆ แค่ได้กลิ่นเดิม ๆ ได้ยินเสียงคล้าย ๆ เดิม

หรือเห็นภาพอะไรสะกิดใจนิดเดียว

ตัวเรากลับสั่น น้ำตาไหล หรือดิ่งลงไปเหมือนเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อวาน


ถ้าคุณมีอาการแบบนี้ ไม่ใช่ว่าคุณอ่อนแอ หรือแกล้งทำนะครับ แต่มันคือสัญญาณบอกว่า "สมองของคุณกำลังติดค้างอยู่กับอดีต"

และเทคนิคที่ชื่อว่า EMDR Therapy (Eye Movement Desensitization and Reprocessing)

คือเครื่องมือที่จะช่วยเคลียร์ปมเหล่านี้ โดยที่คุณ "ไม่จำเป็นต้องขุดเรื่องราวมาเล่าซ้ำ ๆ ให้เจ็บปวด" ครับ

ทำไมเรื่องแย่ ๆ ถึงไม่ยอมหายไปเอง?

(กลไกสมองที่เข้าใจง่าย)
เวลาเราเจอเรื่องปกติทั่วไป สมองซีกซ้ายและขวาจะช่วยกันย่อยข้อมูลแล้วเก็บเข้าลิ้นชัก "อดีต" อย่างเรียบร้อย

แต่เมื่อไหร่ที่เราเจอเรื่องช็อก, อกหักรุนแรง, โดนทำร้าย หรือถูกบูลลี่ซ้ำ ๆ สมองจะรับมือไม่ทัน ระบบประสาทจะ "ช็อต" ทันที

หลักการของ EMDR อ้างอิงจากทฤษฎี Adaptive Information Processing (AIP) 
ของ Dr. Francine Shapiro ซึ่งค้นพบว่า

สมองของเราแยกเก็บความทรงจำดี

กับความทรงจำที่เลวร้ายด้วยวิธีที่แตกต่างกัน:

ประสบการณ์ปกติ: สมองจะจัดเก็บอย่างราบรื่น เชื่อมโยงกับเซลล์ประสาทอื่น ๆ จนกลายเป็นอดีตที่สมบูรณ์
ประสบการณ์สะเทือนใจ (Trauma): ระบบเซลล์ทำงานไม่ต่อเนื่อง ตัดขาดการติดต่อกับเซลล์อื่น ความทรงจำจะถูก "แช่แข็ง" อยู่ในสมองส่วนลึก

ทั้งภาพ เสียง ความกลัว และความเศร้าจะถูกเก็บไว้แบบดิบ ๆ

โดยไม่มีการสื่อสารไปบอกระบบประสาทว่า “อันตรายนั้นได้จบลงแล้ว”
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเมื่อถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าที่คล้ายเดิมในปัจจุบัน

วงจรลบนี้จะถูกปลุกขึ้นมาทันที ทำให้เราเกิดอาการขวัญผวา, วิตกกังวล, แน่นหน้าอก หรือมีภาพเหตุการณ์เดิมย้อนกลับเข้ามาหลอนอย่างควบคุมไม่ได้ (Flashback)

 

EMDR เข้าไปปลดล็อกสมองได้อย่างไร?
ในห้องบำบัด ผมจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า Bilateral Stimulation

หรือการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งสองด้านของร่างกายสลับกัน

เช่น การให้มองตามนิ้วมือหรือแสงไฟ (กลอกตาไปมา),

การฟังเสียงหูซ้าย-ขวาสลับกัน หรือการเคาะที่มือเบา ๆ เป็นจังหวะ

การทำแบบนี้ไม่ใช่การสะกดจิตนะครับ แต่มันคือการ

"จำลองสภาวะสมองตอนที่เรานอนหลับลึก (REM Sleep)"

เพื่อเปิดโอกาสให้ระบบประสาทได้ทำการซ่อมแซมและ

รักษาเยียวยาตัวเอง การกระตุ้นสองซีกสลับกันจะช่วยทำลายการแช่แข็ง ย้ายข้อมูลที่ตกค้างในสมองส่วนลึก

ไปจัดเก็บให้เป็นระเบียบในคลังข้อมูลที่ถูกต้อง

ผลลัพธ์คืออะไร? คุณไม่ได้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นครับ

คุณยังจำประวัติศาสตร์ชีวิตตัวเองได้ครบถ้วน แต่ความรู้สึกเจ็บปวด เจ็บจี๊ด หรืออาการทางกายที่เคยกดทับคุณอยู่... จะหายไปอย่างถาวร

สมองจะรับรู้ว่าเรื่องนั้นกลายเป็นอดีตอย่างสมบูรณ์แล้ว

 

ใครบ้างที่เหมาะกับการบำบัดด้วย EMDR?
หลายคนคิดว่าต้องเป็นทหารผ่านศึกหรือเจออุบัติเหตุรุนแรงเท่านั้นถึงต้องทำ EMDR (Big “T” Traumas)

แต่จริง ๆ แล้ว ประสอบการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน

(Small “t” Traumas) ก็สร้างแผลใจที่เรื้อรังได้ไม่แพ้กันครับ

โดย EMDR มีงานวิจัยรองรับว่ามีประสิทธิภาพสูงในกลุ่มอาการเหล่านี้:

  • Trauma & PTSD: โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ, ผ่านความสูญเสียอย่างหนัก, อุบัติเหตุ หรือความรุนแรงในครอบครัว
  • Anxiety & Panic: โรควิตกกังวล, โรคตื่นตระหนกเฉียบพลัน, โรคกลัวสังคม
  • Depression: ภาวะโรคซึมเศร้าเรื้อรัง รู้สึกสิ้นหวังและติดอยู่กับความรู้สึกผิดจากอดีต
  • ปมในวัยเด็ก & พฤติกรรม: ถูกทอดทิ้ง, ถูกบูลลี่, โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD), ภาวะการกินผิดปกติ (Eating Disorders), และความเชื่อลบ ๆ เกี่ยวกับรูปร่างตัวเอง (Body Dysmorphic)



 

4 ขั้นตอนการเยียวยาใจในห้องบำบัด
กระบวนการบำบัดจะดำเนินไปอย่างเป็นระบบและปลอดภัยภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ดังนี้ครับ:

  • สแกนหาเป้าหมาย (Target Setup): พูดคุยสั้น ๆ เพื่อล็อกเป้าความทรงจำหรือภาพต้นตอที่เป็นตัวสั่งการให้คุณเจ็บปวดในปัจจุบัน
  • สร้างเกราะป้องกัน (Grounding): ผมจะสอนเทคนิคการคุมอารมณ์และการฝึกสติ เพื่อสร้าง "พื้นที่ปลอดภัยในใจ" ให้คุณมั่นใจว่าพร้อมรับมือกับทุกความรู้สึก
  • ปลดล็อกและประมวลผล (Reprocessing): คุณแค่นึกถึงภาพเหตุการณ์นั้นไว้ แล้วรับการกระตุ้นสองด้าน (กลอกตา/ฟังเสียง) สมองจะค่อย ๆ ระบายความเครียดและปลดปล่อยสิ่งตกค้างออกมา จนระดับความตึงเครียดลดลงเป็นศูนย์
  • เซ็ตระบบความคิดใหม่ (Installation): เมื่อความเจ็บจี๊ดหมดไป เราจะติดตั้งความคิดเชิงบวกแทนที่ เปลี่ยนความเชื่อในใจจาก "ฉันไม่มีค่า/ฉันอ่อนแอ" ให้กลายเป็น "ตอนนี้ฉันปลอดภัย และฉันสมควรได้รับความสุข"

 

สรุปอาการทางใจที่รักษาได้ด้วย EMDR Therapy (มากกว่าแค่รักษา PTSD)


หลายคนคิดว่าต้องเจออุบัติเหตุรุนแรงเฉียดตาย (Big “T” Trauma) เท่านั้นถึงต้องทำ EMDR แต่ในความเป็นจริง บาดแผลทางใจขนาดเล็กที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ (Small “t” Trauma) เช่น การถูกบูลลี่ในวัยเด็ก หรือความสัมพันธ์ที่ทับซ้อน ก็สร้างความทรมานได้ไม่แพ้กันครับ

จากการศึกษาเชิงลึกและเคสบำบัดจริง พบว่ากระบวนการ EMDR สามารถฟื้นฟูอาการเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ:

กลุ่มอาการหลัก

  • Trauma & PTSD

ปัญหาทางใจที่พบบ่อย

  • โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ, แผลใจจากการสูญเสีย, ภัยพิบัติ, ความรุนแรงในครอบครัว

ผลลัพธ์หลังทำ EMDR

  • สมองปลดล็อกความทรงจำเลวร้าย ย้ายไปเก็บเป็นอดีตที่ทำร้ายเราไม่ได้อีก
กลุ่มอาการหลัก
  • Anxiety & Panic
ปัญหาทางใจที่พบบ่อย
  • โรควิตกกังวลเรื้อรัง, อาการ Panic Attack (จู่ ๆ ก็ใจสั่น หายใจไม่ทัน), โรคกลัวสังคม (Social Phobia)

ผลลัพธ์หลังทำ EMDR

  • ลดความไวของระบบประสาทต่อสิ่งเร้า ควบคุมอารมณ์ตนเองได้นิ่งขึ้น
กลุ่มอาการหลัก 
  • Depression

ปัญหาทางใจที่พบบ่อย

  • ภาวะโรคซึมเศร้า, เศร้าเรื้อรัง, ความรู้สึกสิ้นหวัง หรือดิ่งติดอยู่กับความรู้สึกผิดในอดีต

ผลลัพธ์หลังทำ EMDR

  • ปรับประจุความคิดลบ คืนความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-esteem)

กลุ่มอาการหลัก 

  • พฤติกรรม & ปมวัยเด็ก

ปัญหาทางใจที่พบบ่อย
โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD), ภาวะกินผิดปกติ (Eating Disorders), ปมถูกทอดทิ้ง, ไม่ชอบรูปร่างตัวเอง (Body Dysmorphic)

ผลลัพธ์หลังทำ EMDR

  • คลายปมวัยเด็กที่เป็นรากเหง้าของปัญหาพฤติกรรมในปัจจุบัน


ทำไมการทำ EMDR Therapy ถึงควรทำกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง?
แม้ EMDR จะเป็นเทคนิคที่อิงกับกลไกธรรมชาติของสมอง แต่ในขณะบำบัด อาจมีภาพความทรงจำที่รุนแรงปะทุขึ้นมา (Flashback) การดูแลโดยนักจิตวิทยาการปรึกษาและนักจิตบำบัดที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเฉพาะทาง จะช่วยประคับประคอง อุดรอยรั่วทางอารมณ์ และนำทางสมองของคุณไปสู่พื้นที่ปลอดภัยได้อย่างถูกต้องและไม่เป็นอันตรายครับ

 



อดีตเปลี่ยนไม่ได้... แต่เปลี่ยนวิธีที่สมองจำได้ครับ
บาดแผลทางใจไม่ได้หายไปตามกาลเวลาครับ ถ้ามันไม่เคยได้รับการ "ย่อย" อย่างถูกวิธี การติดอยู่ในอดีตไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่วันนี้คุณเลือกที่จะก้าวออกมาได้

หากคุณรู้สึกว่าแบกรับความทรงจำเลวร้ายเหล่านี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ให้กระบวนการธรรมชาติของสมองและหัวใจได้ช่วยเยียวยาคุณนะครับ

 


อ้างอิง:

Shapiro, F. (2018). Eye Movement Desensitization and Reprocessing (EMDR) Therapy: Basic Principles, Protocols, and Procedures.
World Health Organization (WHO). Guidelines for the Management of Conditions Specifically Related to Stress.




นัดหมายนัดคุยหรือปรึกษาเบื้องต้นกับ ดร.มฤษฎ์ ได้ที่

Better Mind Mental Health Service
รูปแบบบริการ: มีทั้งแบบเข้าพบที่คลินิก (On-site) และบริการปรึกษาทางไกล (Online) ที่เน้นความปลอดภัยเป็นส่วนตัวสูงสุด
สอบถามคิวบำบัด / นัดหมายเวลา:

ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงที่เบอร์ 083-120-6556
LINE : bettermind.th
สถานที่ตั้งคลินิก (ที่ตั้งใหม่): Co-Coon (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ชั้น 3


 

 

FAQ :คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EMDR Therapy


ก่อนตัดสินใจเข้ารับการบำบัด มักจะมีคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัย ผมสรุปคำตอบแบบตรงไปตรงมาให้คลายกังวลกันตรงนี้ครับ:

Q: การทำ EMDR แตกต่างจากการสะกดจิต (Hypnotherapy) อย่างไร?
A: ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ การสะกดจิตคือการทำให้คุณเข้าสู่ภวังค์ แต่ EMDR คุณจะมีสติครบถ้วน 100% ตลอดเวลาครับ คุณรับรู้ว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องบำบัด ได้ยินเสียงรอบตัว และคุณเป็นคนควบคุมกระบวนการทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยมีผมคอยประคับประคองอยู่ข้าง ๆ อย่างปลอดภัยครับ

Q: ต้องทำบำบัดกี่ครั้ง ถึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง?
A: สมองของแต่ละคนมี "ต้นทุน" และความลึกของแผลใจไม่เท่ากันครับ สำหรับปมแผลใจฉับพลัน (Single Trauma) เช่น เพิ่งเจออุบัติเหตุมา บางเคสทำเพียง 3-6 เซสชัน ก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดลดลงจนเกือบเป็นศูนย์แล้วครับ แต่ถ้าเป็นปมเรื้อรังสะสมมาตั้งแต่เด็ก (Complex Trauma) อาจจะต้องใช้เวลาต่อเนื่องร่วมกับนักจิตบำบัดเพื่อค่อย ๆ เลาะปมออกทีละชั้นครับ

Q: การทำ EMDR มีผลข้างเคียงไหม? จะทำให้ภาพอดีตกลับมาหลอนกว่าเดิมหรือเปล่า?
A: ในช่วง 1-2 ครั้งแรก เนื่องจากสมองเริ่มทำการ "รื้อคลังข้อมูล" เพื่อย่อยความทรงจำใหม่ คุณอาจมีความรู้สึกเหนื่อยล้าทางสมอง เพลีย หรือฝันถึงเรื่องนั้นได้ในคืนแรก ๆ ซึ่งเป็นกลไกปกติของการเคลียร์สารเคมีตกค้างในสมองครับ แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ ก่อนเริ่มทำในทุกเซสชัน ผมจะสอนเทคนิค Grounding (การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในใจ) เพื่อให้คุณมีเกราะป้องกันและพร้อมรับมือกับทุกอารมณ์อย่างปลอดภัยแน่นอนครับ

Q: บริการบำบัด EMDR ออนไลน์ (Online) ได้ผลดีเท่ากับการมาคลินิก (On-site) ไหม?
A: ได้ผลดีไม่ต่างกันเลยครับ ในปัจจุบันเรามีนวัตกรรมและโปรแกรมที่ช่วยกระตุ้นสายตาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมถึงการใช้เสียงและเทคนิคการเคาะสลับซ้ายขวาด้วยตัวเอง (Butterfly Hug) ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ขอเพียงคุณอยู่ในห้องที่เงียบ สงบ เป็นส่วนตัว และมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียร คุณก็สามารถรับการบำบัดจากที่บ้านได้ทั่วโลกครับ



Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้