17870 Views |
ล็อกเป้าปมค้างใจ แล้วปลดล็อกด้วยสมองตัวเอง: ทำความรู้จัก EMDR Therapy ใน 3 นาที

เขียนโดย ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D.)
นักจิตวิทยาการปรึกษา และนักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญ EMDR / Brainspotting Psychotherapy
คุณเคยไหมครับ? เรื่องแย่ ๆ บางเรื่องผ่านมาเป็นปี ๆ แล้ว
แต่อยู่ดี ๆ แค่ได้กลิ่นเดิม ๆ ได้ยินเสียงคล้าย ๆ เดิม
หรือเห็นภาพอะไรสะกิดใจนิดเดียว
ตัวเรากลับสั่น น้ำตาไหล หรือดิ่งลงไปเหมือนเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อวาน
ถ้าคุณมีอาการแบบนี้ ไม่ใช่ว่าคุณอ่อนแอ หรือแกล้งทำนะครับ แต่มันคือสัญญาณบอกว่า "สมองของคุณกำลังติดค้างอยู่กับอดีต"
และเทคนิคที่ชื่อว่า EMDR Therapy (Eye Movement Desensitization and Reprocessing)
คือเครื่องมือที่จะช่วยเคลียร์ปมเหล่านี้ โดยที่คุณ "ไม่จำเป็นต้องขุดเรื่องราวมาเล่าซ้ำ ๆ ให้เจ็บปวด" ครับ

ทำไมเรื่องแย่ ๆ ถึงไม่ยอมหายไปเอง?
(กลไกสมองที่เข้าใจง่าย)
เวลาเราเจอเรื่องปกติทั่วไป สมองซีกซ้ายและขวาจะช่วยกันย่อยข้อมูลแล้วเก็บเข้าลิ้นชัก "อดีต" อย่างเรียบร้อย
แต่เมื่อไหร่ที่เราเจอเรื่องช็อก, อกหักรุนแรง, โดนทำร้าย หรือถูกบูลลี่ซ้ำ ๆ สมองจะรับมือไม่ทัน ระบบประสาทจะ "ช็อต" ทันที
หลักการของ EMDR อ้างอิงจากทฤษฎี Adaptive Information Processing (AIP) ของ Dr. Francine Shapiro ซึ่งค้นพบว่า
สมองของเราแยกเก็บความทรงจำดี
กับความทรงจำที่เลวร้ายด้วยวิธีที่แตกต่างกัน:
ประสบการณ์ปกติ: สมองจะจัดเก็บอย่างราบรื่น เชื่อมโยงกับเซลล์ประสาทอื่น ๆ จนกลายเป็นอดีตที่สมบูรณ์
ประสบการณ์สะเทือนใจ (Trauma): ระบบเซลล์ทำงานไม่ต่อเนื่อง ตัดขาดการติดต่อกับเซลล์อื่น ความทรงจำจะถูก "แช่แข็ง" อยู่ในสมองส่วนลึก
ทั้งภาพ เสียง ความกลัว และความเศร้าจะถูกเก็บไว้แบบดิบ ๆ
โดยไม่มีการสื่อสารไปบอกระบบประสาทว่า “อันตรายนั้นได้จบลงแล้ว”
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเมื่อถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าที่คล้ายเดิมในปัจจุบัน
วงจรลบนี้จะถูกปลุกขึ้นมาทันที ทำให้เราเกิดอาการขวัญผวา, วิตกกังวล, แน่นหน้าอก หรือมีภาพเหตุการณ์เดิมย้อนกลับเข้ามาหลอนอย่างควบคุมไม่ได้ (Flashback)

EMDR เข้าไปปลดล็อกสมองได้อย่างไร?
ในห้องบำบัด ผมจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า Bilateral Stimulation
หรือการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งสองด้านของร่างกายสลับกัน
เช่น การให้มองตามนิ้วมือหรือแสงไฟ (กลอกตาไปมา),
การฟังเสียงหูซ้าย-ขวาสลับกัน หรือการเคาะที่มือเบา ๆ เป็นจังหวะ
การทำแบบนี้ไม่ใช่การสะกดจิตนะครับ แต่มันคือการ
"จำลองสภาวะสมองตอนที่เรานอนหลับลึก (REM Sleep)"
เพื่อเปิดโอกาสให้ระบบประสาทได้ทำการซ่อมแซมและ
รักษาเยียวยาตัวเอง การกระตุ้นสองซีกสลับกันจะช่วยทำลายการแช่แข็ง ย้ายข้อมูลที่ตกค้างในสมองส่วนลึก
ไปจัดเก็บให้เป็นระเบียบในคลังข้อมูลที่ถูกต้อง
ผลลัพธ์คืออะไร? คุณไม่ได้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นครับ
คุณยังจำประวัติศาสตร์ชีวิตตัวเองได้ครบถ้วน แต่ความรู้สึกเจ็บปวด เจ็บจี๊ด หรืออาการทางกายที่เคยกดทับคุณอยู่... จะหายไปอย่างถาวร
สมองจะรับรู้ว่าเรื่องนั้นกลายเป็นอดีตอย่างสมบูรณ์แล้ว

ใครบ้างที่เหมาะกับการบำบัดด้วย EMDR?
หลายคนคิดว่าต้องเป็นทหารผ่านศึกหรือเจออุบัติเหตุรุนแรงเท่านั้นถึงต้องทำ EMDR (Big “T” Traumas)
แต่จริง ๆ แล้ว ประสอบการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน
(Small “t” Traumas) ก็สร้างแผลใจที่เรื้อรังได้ไม่แพ้กันครับ
โดย EMDR มีงานวิจัยรองรับว่ามีประสิทธิภาพสูงในกลุ่มอาการเหล่านี้:

4 ขั้นตอนการเยียวยาใจในห้องบำบัด
กระบวนการบำบัดจะดำเนินไปอย่างเป็นระบบและปลอดภัยภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ดังนี้ครับ:

สรุปอาการทางใจที่รักษาได้ด้วย EMDR Therapy (มากกว่าแค่รักษา PTSD)
หลายคนคิดว่าต้องเจออุบัติเหตุรุนแรงเฉียดตาย (Big “T” Trauma) เท่านั้นถึงต้องทำ EMDR แต่ในความเป็นจริง บาดแผลทางใจขนาดเล็กที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ (Small “t” Trauma) เช่น การถูกบูลลี่ในวัยเด็ก หรือความสัมพันธ์ที่ทับซ้อน ก็สร้างความทรมานได้ไม่แพ้กันครับ
จากการศึกษาเชิงลึกและเคสบำบัดจริง พบว่ากระบวนการ EMDR สามารถฟื้นฟูอาการเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ:
กลุ่มอาการหลัก
ปัญหาทางใจที่พบบ่อย
ผลลัพธ์หลังทำ EMDR
ผลลัพธ์หลังทำ EMDR
ปัญหาทางใจที่พบบ่อย
ผลลัพธ์หลังทำ EMDR
กลุ่มอาการหลัก
ปัญหาทางใจที่พบบ่อย
โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD), ภาวะกินผิดปกติ (Eating Disorders), ปมถูกทอดทิ้ง, ไม่ชอบรูปร่างตัวเอง (Body Dysmorphic)
ผลลัพธ์หลังทำ EMDR
ทำไมการทำ EMDR Therapy ถึงควรทำกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง?
แม้ EMDR จะเป็นเทคนิคที่อิงกับกลไกธรรมชาติของสมอง แต่ในขณะบำบัด อาจมีภาพความทรงจำที่รุนแรงปะทุขึ้นมา (Flashback) การดูแลโดยนักจิตวิทยาการปรึกษาและนักจิตบำบัดที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเฉพาะทาง จะช่วยประคับประคอง อุดรอยรั่วทางอารมณ์ และนำทางสมองของคุณไปสู่พื้นที่ปลอดภัยได้อย่างถูกต้องและไม่เป็นอันตรายครับ

อดีตเปลี่ยนไม่ได้... แต่เปลี่ยนวิธีที่สมองจำได้ครับ
บาดแผลทางใจไม่ได้หายไปตามกาลเวลาครับ ถ้ามันไม่เคยได้รับการ "ย่อย" อย่างถูกวิธี การติดอยู่ในอดีตไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่วันนี้คุณเลือกที่จะก้าวออกมาได้
หากคุณรู้สึกว่าแบกรับความทรงจำเลวร้ายเหล่านี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ให้กระบวนการธรรมชาติของสมองและหัวใจได้ช่วยเยียวยาคุณนะครับ

อ้างอิง:
Shapiro, F. (2018). Eye Movement Desensitization and Reprocessing (EMDR) Therapy: Basic Principles, Protocols, and Procedures.
World Health Organization (WHO). Guidelines for the Management of Conditions Specifically Related to Stress.

นัดหมายนัดคุยหรือปรึกษาเบื้องต้นกับ ดร.มฤษฎ์ ได้ที่
Better Mind Mental Health Service
รูปแบบบริการ: มีทั้งแบบเข้าพบที่คลินิก (On-site) และบริการปรึกษาทางไกล (Online) ที่เน้นความปลอดภัยเป็นส่วนตัวสูงสุด
สอบถามคิวบำบัด / นัดหมายเวลา:
ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงที่เบอร์ 083-120-6556
LINE : bettermind.th
สถานที่ตั้งคลินิก (ที่ตั้งใหม่): Co-Coon (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ชั้น 3

FAQ :คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EMDR Therapy
ก่อนตัดสินใจเข้ารับการบำบัด มักจะมีคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัย ผมสรุปคำตอบแบบตรงไปตรงมาให้คลายกังวลกันตรงนี้ครับ:
Q: การทำ EMDR แตกต่างจากการสะกดจิต (Hypnotherapy) อย่างไร?
A: ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ การสะกดจิตคือการทำให้คุณเข้าสู่ภวังค์ แต่ EMDR คุณจะมีสติครบถ้วน 100% ตลอดเวลาครับ คุณรับรู้ว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องบำบัด ได้ยินเสียงรอบตัว และคุณเป็นคนควบคุมกระบวนการทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยมีผมคอยประคับประคองอยู่ข้าง ๆ อย่างปลอดภัยครับ
Q: ต้องทำบำบัดกี่ครั้ง ถึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง?
A: สมองของแต่ละคนมี "ต้นทุน" และความลึกของแผลใจไม่เท่ากันครับ สำหรับปมแผลใจฉับพลัน (Single Trauma) เช่น เพิ่งเจออุบัติเหตุมา บางเคสทำเพียง 3-6 เซสชัน ก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดลดลงจนเกือบเป็นศูนย์แล้วครับ แต่ถ้าเป็นปมเรื้อรังสะสมมาตั้งแต่เด็ก (Complex Trauma) อาจจะต้องใช้เวลาต่อเนื่องร่วมกับนักจิตบำบัดเพื่อค่อย ๆ เลาะปมออกทีละชั้นครับ
Q: การทำ EMDR มีผลข้างเคียงไหม? จะทำให้ภาพอดีตกลับมาหลอนกว่าเดิมหรือเปล่า?
A: ในช่วง 1-2 ครั้งแรก เนื่องจากสมองเริ่มทำการ "รื้อคลังข้อมูล" เพื่อย่อยความทรงจำใหม่ คุณอาจมีความรู้สึกเหนื่อยล้าทางสมอง เพลีย หรือฝันถึงเรื่องนั้นได้ในคืนแรก ๆ ซึ่งเป็นกลไกปกติของการเคลียร์สารเคมีตกค้างในสมองครับ แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ ก่อนเริ่มทำในทุกเซสชัน ผมจะสอนเทคนิค Grounding (การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในใจ) เพื่อให้คุณมีเกราะป้องกันและพร้อมรับมือกับทุกอารมณ์อย่างปลอดภัยแน่นอนครับ
Q: บริการบำบัด EMDR ออนไลน์ (Online) ได้ผลดีเท่ากับการมาคลินิก (On-site) ไหม?
A: ได้ผลดีไม่ต่างกันเลยครับ ในปัจจุบันเรามีนวัตกรรมและโปรแกรมที่ช่วยกระตุ้นสายตาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมถึงการใช้เสียงและเทคนิคการเคาะสลับซ้ายขวาด้วยตัวเอง (Butterfly Hug) ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ขอเพียงคุณอยู่ในห้องที่เงียบ สงบ เป็นส่วนตัว และมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียร คุณก็สามารถรับการบำบัดจากที่บ้านได้ทั่วโลกครับ