จิตหลงผิดภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

26178 Views  | 

จิตหลงผิดภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

จิตหลงผิด (Delusion) ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม: เจาะลึกสาเหตุ อาการ และวิธีรับมือสำหรับญาติ

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D.) นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ | EMDR & Brainspotting Psychotherapy Supervisor
 

เคยสังเกตไหมว่าคนใกล้ชิดหรือคนที่เรารักเริ่มมีความเชื่อแปลก ๆ ที่ปักใจเชื่ออย่างรุนแรง เช่น ปักใจเชื่อว่ามีคนคอยจดจ้องระแวงทำร้าย เชื่อว่าคู่สมรสนอกใจอย่างไม่มีเหตุผล หรือเชื่อว่าตนเองมีพลังพิเศษบางอย่าง แม้จะนำหลักฐานหรือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างเท่าใดก็ไม่ยอมรับ?

อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ "ความระแวง" หรือ "คิดมากไปเอง" แต่เป็นสัญญาณเตือนของ "อาการจิตหลงผิด" (Delusional Disorder) ซึ่งเป็นภาวะทางสุขภาพจิตและระบบประสาทที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสาเหตุทางจิตวิทยา ประเภทของอาการจิตหลงผิด ข้อควรระวังสำหรับคนใกล้ชิด และแนวทางการรักษาเพื่อคืนคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยและครอบครัวครับ

อาการจิตหลงผิด (Delusion) คืออะไร? เช็ก 5 ประเภทที่พบบ่อย

อาการจิตหลงผิด คือภาวะที่บุคคลมีความเชื่อมั่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างปักใจแน่นหนา โดยความเชื่อนั่น **ไม่ตรงกับความเป็นจริง** และ **ไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมหรือสังคม** โดยแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้:

  • 1. ชนิดระแวงว่าโดนปองร้าย (Persecutory Type): พบบ่อยที่สุด ผู้ป่วยจะเชื่อว่ามีคนคอยสะกดรอยตาม นินทา วางยาพิษ หรือวางแผนทำร้ายตนเอง
  • 2. ชนิดหวาดระแวงเรื่องความหึงหวง (Jealous Type): ฝังใจเชื่ออย่างรุนแรงว่าคู่สมรสหรือคนรักกำลังนอกใจ โดยพยายามจับผิดจากเรื่องเล็กน้อยที่ไม่มีจริง
  • 3. ชนิดคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่ (Grandiose Type): เชื่อว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญ มีพลังพิเศษ มีความรู้พิเศษ หรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลระดับโลก
  • 4. ชนิดคิดว่าคนอื่นมาหลงรัก (Erotomanic Type): ปักใจเชื่อว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลที่มีสถานะสูงกว่ากำลังแอบหลงรักตนเอง
  • 5. ชนิดเกี่ยวกับร่างกายตนเอง (Somatic Type): เชื่อว่าตนเองเป็นโรคร้ายแรง มีแมลงไต่ใต้ผิวหนัง หรืออวัยวะภายในเน่าเสีย ทั้งที่ตรวจทางแพทย์แล้วปกติทุกประการ

ข้อแตกต่างระหว่าง "ความเครียด/คิดมาก" กับ "อาการจิตหลงผิด"

ลักษณะเปรียบเทียบคนทั่วไปที่มีความวิตกกังวล/คิดมากผู้มีอาการจิตหลงผิด (Delusion)
การยอมรับเหตุผลและหลักฐานเมื่อมีหลักฐานชัดเจน สามารถรับฟังและเปลี่ยนใจได้ปฏิเสธหลักฐานทุกอย่าง ปักใจเชื่ออย่างไม่มีเงื่อนไข
ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอาจกังวลชั่วคราว แต่ยังเข้าสังคมและทำงานได้เริ่มตัดขาดจากสังคม หมกมุ่น และอาจตอบโต้ด้วยความรุนแรง
ความตระหนักรู้ตัว (Insight)รู้ว่าตนเองกำลังเครียดหรือคิดมากเกินไปไม่รู้ตัวว่าผิดปกติ มองว่าคนอื่นต่างหากที่ไม่เข้าใจตน

️ 3 สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเมื่อต้องรับมือผู้ป่วยจิตหลงผิด

  1. ห้ามโต้เถียงหรือพยายามเอาชนะด้วยเหตุผล: การไปบอกว่า "สิ่งที่คิดมันไม่จริง ไร้สาระ" จะทำให้ผู้ป่วยยิ่งปิดใจ ระแวงผู้ดูแล และเกิดอารมณ์ก้าวร้าว
  2. ห้ามเออออหรือผสมโรงไปกับความหลงผิดนั้น: ไม่ควรแกล้งทำเป็นเห็นด้วยเพราะรำคาญ เพราะจะยิ่งไปยืนยันว่าความหลงผิดของเขานั้นเป็นเรื่องจริง
  3. ห้ามแอบใส่ยาในอาหารโดยไม่ได้รับการดูแลจากแพทย์: อาจเกิดอันตรายจากการแพ้ยา และทำให้ผู้ป่วยหมดความไว้วางใจหากจับได้

แนวทางการรักษาโรคจิตหลงผิดอย่างได้ผล

การรักษาจิตหลงผิดจำเป็นต้องใช้แนวทางผสมผสานระหว่างการรักษาทางร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง:

  1. การรักษาด้วยยารักษาอาการทางจิต (Antipsychotic Medications): กำกับโดยจิตแพทย์เพื่อช่วยปรับการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง ลดความระแวงและความหมกมุ่นลง
  2. จิตบำบัดและการปรึกษาทางจิตวิทยา (Psychotherapy & CBT): นักจิตวิทยาบำบัดจะช่วยให้ผู้ป่วยค่อย ๆ สำรวจความคิด โดยไม่ไปคัดค้านความเชื่อโดยตรง แต่ช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัย ปรับมุมมองในการรับรู้ตนเอง และจัดการความเครียดที่เป็นตัวกระตุ้น
  3. การทำบำบัดครอบครัว (Family Therapy): ให้ความรู้แก่ญาติในการวางตัว การสื่อสารอย่างถูกต้อง เพื่อลดความตึงเครียดในบ้าน

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจิตหลงผิด

อาการจิตหลงผิด สามารถหายขาดได้ไหม?

สามารถควบคุมอาการและกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติครับ หากได้รับยาอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการทำจิตบำบัดอย่างถูกวิธี และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัว

จะเกลี้ยกล่อมผู้ป่วยจิตหลงผิดให้ยอมไปพบแพทย์ได้อย่างไร?

ไม่ควรชวนไปโดยบอกว่า "พาไปตรวจโรคจิต" แต่ควรชวนโดยเน้นปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ เช่น "ไปพบคุณหมอเรื่องนอนไม่หลับ" หรือ "ไปคุยเรื่องความเครียดสะสม" จะทำให้ผู้ป่วยยอมรับได้ง่ายกว่าครับ

จิตหลงผิด กับ จิตเภท (Schizophrenia) ต่างกันอย่างไร?

ผู้ป่วยโรคจิตหลงผิดมักไม่มีอาการหูแว่วหรือเห็นภาพหลอน และยังคงใช้ชีวิต ประพฤติตัวตามปกติในเรื่องอื่น ๆ ยกเว้นเรื่องที่หลงผิด ต่างจากโรคจิตเภทที่มีอาการประสาทหลอน การพูดจาไม่เป็นภาษาร่วมด้วย

อย่าปล่อยให้ความหลงผิด ทำลายความสัมพันธ์และคนที่คุณรัก

หากคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการระแวงหรือปักใจเชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นจริง สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม

นัดหมายบริการปรึกษานักจิตวิทยาบำบัด & สุขภาพจิตครอบครัว

ดูแลโดย ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา ในพื้นที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสูงสุด

LINE Official: line: bettermind.th
คลินิกของเรา: Cocon, ชั้น 3 (ติด BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางออก 1 มีที่จอดรถสะดวกสบาย)

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้