EMDR (อีเอ็มดีอาร์) Eye Movement Desensitization and Reprocessing วิธีบำบัดบาดแผลทางใจ

5537 จำนวนผู้เข้าชม  | 

EMDR (อีเอ็มดีอาร์) Eye Movement Desensitization and Reprocessing วิธีบำบัดบาดแผลทางใจ


EMDR (อีเอ็มดีอาร์)

หรือ

Eye Movement Desensitization and Reprocessing

 

ดร. มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D)

นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

 

EMDR Therapy (จิตบำบัด อีเอ็มดีอาร์)  หรือ Eye Movement Desensitization and Reprocessing เป็นหนึ่งในวิธีการบำบัดจิตใจที่ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาใช้รักษาและบำบัดอาการผิดปกติด้านสุขภาพจิต และบาดแผลทางจิตใจ

EMDR (อีเอ็มดีอาร์) ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Francine Shapiro ในปี 1988 และด้วยประสิทธิภาพที่ได้ผลดี ในเวลาอันสั้น ในการแก้อาการของผู้ที ประสบเหตุการณ์สะเทือนใจ บาดแผลทางใจ และอีกหลายๆอาการ ได้แก่

  • อาการวิตกจริต วิตกกังวล Anxiety, หวาดระแวง หวาดกลัว panic attacks, โรคหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่าง หรือ อาการ phobias ต่างๆ
  • ความเจ็บป่วยที่เป็นมานาน Chronic Illness, หรือ ที่ความเจ็บป่วยที่รักษามายาวนาน และไม่หาย (medical issues)
  • โรคซึมเศร้า Depression โรคไบโพล่า bipolar disorders
  • โรคตัดขาดสังคม หลีกหนี้ชีวิตความเป็นจริง Dissociative disorders
  • โรคการกินผิดปกติ Eating disorders
  • อาการเศร้าโศรก ทุกข์ระทมจากการสูญเสีย Grief and loss
  • อาการเจ็บปวด Pain
  • โรคกลัวความล้มเหลว Performance anxiety ทั้งๆที่เพิ่งเริ่มลงมือทำ
  • โรคบุคคลิกภาพบกพร่อง Personality disorders
  • บาดแผลทางใจ หรืออาการหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญอื่นๆที่เกี่ยวข้อง (PTSD and other trauma and stress-related issues) ที่ยังติดค้างในใจ จนบางครั้งอาจเกิด flashback หรือ มองเห็นภาพเหตุการณ์นั้นโผล่ขึ้นมาอีกในหัว หรือ มีอาการฝันผวา ฝันร้าย เวลานอนหลับ
  • บาดแผลทางใจจากการถูกข่มขืน ถูกกระทำชำเรา ถูกล่วงละเมิดทางเพศ Sexual assault 
  • หรือมีปัญหาในการนอนหลับ การนอนถูกรบกวน หรือ อาการ Sleep disturbance ต่างๆ
  • อาการติดสารเสพติด ยาเสพติด Substance abuse and addiction 
  • รวมทั้งมีอารมณ์พฤติกรรมรุนแรงและทำร้ายร่างกายผู้อื่นและตนเอง Violence and abuse

 

EMDR (อีเอ็มดีอาร์) มักจะถูกนำมาใช้ในการบำบัดอาการหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ Post-traumatic Stress Disorder (PTSD) หรือบาดแผลทางใจในคนส่วนใหญ่ ซึ่งประสิทธิภาพของ EMDR (อีเอ็มดีอาร์)นั้น เป็นที่ยอมรับว่ามีความก้าวหน้า และให้ผลเป็นที่น่าพอใจมากเนื่องจากหลังเหตุการณ์สะเทือนใจได้ผ่านไปแล้วมักทิ้งร่องรอยความทรงจำอันเลวร้ายให้กับผู้ประสบเหตุการณ์และเกิดความผิดปกติทางสภาพจิตใจ

ผู้ถูกกระทำมักมีความทรงจำอันเลวร้ายตามมารบกวนจิตใจจนทำให้เกิดเป็นโรคทางจิตประสาท มีอาการหลอน และภาวะต่างๆทางจิตที่บางครั้งผู้ถูกกระทำที่ตกเป็นเหยื่อไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูด หรือ บางกรณีอาจไม่สามารถรู้แน่ชัดถึงสิ่งที่มารบกวนการใช้ชีวิตได้ว่ามันคืออะไร

ดังนั้น EMDR (อีเอ็มดีอาร์) สามารถช่วยพวกเขาในการจัดการกับความทรงจำอันเลวร้ายนี้โดยการเข้าไปทำงานกับสมองด้านการรับรู้และความทรงจำ  นอกจากนี้ เทคนิคEMDR    (อีเอ็มดีอาร์) ยังได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาและจิตบำบัดอีกด้วย อย่างไรก็ตามผู้ที่จะใช้เทคนิคนี้ได้ ควรได้การบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมฝึกฝนจนชำนาญ และควบคุมภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากครูฝึก หรือ supervisor จนผ่านเกณฑ์มาตรฐานจนได้รับการอนุญาตและยอมรับว่าให้สามารถนำวิธีการ EMDR อีเอ็มดีอาร์ ออกให้บริการบำบัดรักษาอาการด้านจิตใจให้กับผู้รับบริการได้

ผลกระทบจากเหตุการณ์อันเลวร้ายของผู้ประสบเหตุหรือผู้ตกเป็นเหยื่อสามารถลองรับการทำเทคนิค (EMDR อีเอ็มดีอาร์) และได้รับประโยชน์จากการบำบัดด้วย EMDR อีเอ็มดีอาร์ มีดังนี้ เช่น เหตุการณ์สะเทือนขวัญ และ บาดแผลทางใจจากการถูกกระทำ ตกเป็นเหยื่อ หรือ เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ความรุนแรง ทั้งในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ 

 


 

EMDR (อีเอ็มดีอาร์) มีผลพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการฟื้นฟูจิตใจและขบวนการที่ทำให้ระบบความทรงจำและการรับรู้ของสมองกลับมาดีอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับการบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นจากงานวิจัยที่แพร่หลายถึงประสิทธิภาพของเทคนิค EMDR อีเอ็มดีอาร์ จึงทำให้ EMDR (อีเอ็มดีอาร์) เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในแวดวงสมาคมนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ EMDR (อีเอ็มดีอาร์) ยังได้รับการรับรองด้านประสิทธิภาพจากองค์การอนามัยโลก World Health Organization (WHO) และ องค์กรจิตวิทยาและจิตแพทย์ในยุโรป และระดับนานาชาติสากลด้วย

 
การบำบัดจิตใจด้วย อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) มีขบวนการและขั้นตอนที่สามารถช่วยแก้ไขอาการและความทรงจำที่เลวร้ายที่ติดค้างในสมองที่ยังไม่ถูกจัดเก็บให้เป็นระบบระเบียบจึงทำให้เกิดการถูกรบกวนต่อสมองส่งผลด้านจิตใจหลังผ่านประสบการณ์อันเลวร้าย

ผู้เชี่ยวชาญด้าน อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) เชื่อว่า สาเหตุเกิดจากระบบความทรงจำในสมองที่ยังไม่ได้ถูกจัดระเบียบอย่างสมบรูณ์นี้ ทำให้เมื่อเราเจอกับสถานการณ์คล้ายคลึงกัน หรือเจอตัวกระตุ้น สมองของเราก็จะกลับไปนึกถึงและเชื่อมโยงกับเรื่องเลวร้ายในอดีตครั้งนั้นอีกครั้ง

นั้นเป็นเพราะประสบการณ์อันเลวร้ายไปทำให้ระบบไหลเวียนความทรงจำในสมองถูกขัดจังหวะ ดังนั้นจึงต้องใช้เทคนิค อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) เข้าไปจัดการกับระบบให้ถูกต้องเพื่อทำให้กับสมองได้เกิดการปลดล็อค ทำให้ความทรงจำในอดีตเกิดการไหลเวียนในการทำงานด้านข้อมูลความทรงจำ ทำให้ลดสภาวะถูกรบกวนด้านจิตใจในการดำเนินชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ข้อพึงระวังของ EMDR (อีเอ็มดีอาร์) คือความทรงจำเก่าอาจกลับมารบกวนใจในช่วงเริ่มต้น แต่หลังจากนั้นจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลที่สมบรูณ์อย่างแท้จริงจึงควรได้รับการบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมด้านอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) โดยเฉพาะเท่านั้น เทคนิค EMDR อีเอ็มดีอาร์ นี้ถือว่ามีประสิทธิภาพให้ได้ผลแบบถาวร และแทบจะไม่มีผลข้างเคียงต่อสมองในการบำบัดรักษาเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาเลย

 



จากรายงานการวิจัยของ Scientific American.com  พบว่าอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) สามารถช่วยคนที่มีปัญหาด้านความเครียด วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ไบโพล่า หวาดระแวงให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในผู้รับบริการที่วัยเด็กถูกกลั่นแกล้ง ทำร้ายร่างกาย จิตหลอน ประสาทหลอน และ มักคิดว่าจะมีคนมาทำร้าย หรือไม่ประสงค์ดีกับตนเองอยู่ตลอดเวลาสาเหตุอาจเป็นเพราะสมองไม่สามารถแยกแยะ และการจัดระบบไม่ถูกต้อง อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) ยังสามารถแก้อาการหวาดกลัวในบางสิ่งบางอย่างหรือบาดแผลทางใจที่เกิดจากเหตุการฝังใจในบางเรื่อง เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ แผ่นดินถล่ม ซึนามิ เกิดการสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน หรือ ประสบการณ์อันเลวร้ายอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกัน 

เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้คนเราเกิดอาการหวาดผวา โรคซึมเศร้า ความผิดปกติทางจิต โรคจิตเพศที่ประหลาด หรือกลายเป็นโรคจิตเภทบางอย่างตามมาได้ เช่น Schizophrenia, eating disorders, phobia, bipolar หรือแม้แต่โรคมะเร็ง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความเครียดภายในจิตใจที่ไม่ได้รับการบำบัดรักษา

ผลพิสูจน์จากอีกหนึ่งงานวิจัยของทางNew York Times โดย Wilson Becker and Tinker กล่าวว่า การบำบัดด้วย EMDR สามารถจัดการกับความทรงจำอันเลวร้าย อย่าง Post-traumatic Stress Disorder (PTSD) หรือเหตุสะเทือนใจรุนแรงได้

หลังจากทำการสุ่มเก็บตัวอย่างผู้เข้าร่วมวิจัยที่เคยผ่านการเป็นทหารผ่านศึก พบว่าหลังจากได้รับการบำบัดด้วย อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) แบบ 90 นาที ก็สามารถจัดการกับความทรงจำอันเลวร้ายที่รบกวนจิตใจได้  

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า คนที่ได้รับการบำบัดด้วย อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) ที่กว่า 90% เป็นเหยื่อของการถูกล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากได้รับการบำบัดด้วยอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) สามารถปลดล็อกอาการความผิดปกติที่รบกวนจิตใจ หวาดผวา และกลับมาดีขึ้นเกือบร้อยเปอร์เซนต์ในคนที่มีปัญหาไม่ซับซ้อน และ ในกรณีที่ปัญหามีความซับซ้อนได้ผลดีขึ้นถึง 77% หลังจากใช้ EMDR แบบ 50 นาที

 



 

อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) เหมาะกับใคร

อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) เหมาะกับทุกคนที่ต้องทนกับความทุกข์ทรมานใจ จากเหตุการณ์สะเทือนใจอันรุนแรง ประสบการณ์อันเลวร้าย หรือ PTSD Post Traumatic Stress Disorder รวมทั้ง อาการ เครียด วิตกกังวล (Anxiety) และ อาการซึมเศร้า (Depression) ไบโพล่า (Bipolar) โรคหวาดระแวง จิตหลอน หูแว่ว กินไม่ได้ นอนหลับไม่สบายมีความผิดปกติ หรือ eating and sleeping disorders หรือ อาการphobia โรคกลัวบางสิ่งบางอย่าง

การบำบัดด้วยเทคนิค EMDR (อีเอ็มดีอาร์)  สามารถช่วยกระตุ้นการพัฒนาความจำในสมองสองด้านพร้อมกัน สามารถลด และ ขจัดอาการ หรือภาวะทางจิตที่ผิดปกติที่เกิดจากความทรงจำได้ทั้ง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

จุดประสงค์หลักของ อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) ก็เพื่อทำให้ผู้รับการบำบัดสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ขัดขวางการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้ได้ รวมทั้งมีการจัดการสุขภาวะทางอารมณ์ที่ถูกรบกวนด้วยเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีตให้ได้ ช่วยการปรับความคิด รู้จักรักตัวเอง และ ดูแลตนเอง เข้าใจตัวเอง เข้าใจปัญหาและแก้ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในอดีตให้ทุเลาลง

อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) แสดงให้เห็นว่า พลังงานด้านลบเกิดจากการตีความ ของเหตุการณ์ที่ประสบพบเจอมาของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน และการบำบัดด้วย อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) นี้จะช่วยให้เปลี่ยนเป็นพลังงานบวก คลายปมที่ฉุดรั้งชีวิตเราไม่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ทำให้ชีวิตกลับมามีความสุขและความมั่นใจอีกครั้ง

 



 

คุณประโยชน์ของวิธีบำบัดใจด้วย อีเอ็มดีอาร์ (EMDR)


นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกหลายท่านรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดหลังใช้การบำบัดด้วยเทคนิคอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) และสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ผู้มารับบริการมีความสุขกับชีวิคมากขึ้น เช่น สุขภาพจิตดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการ แพนิค Panic หวาดระแวง หวาดกลัว วิตกกังวล Anxiety  เครียด Stress ซึมเศร้า Depression ฝันผวา Sleeping disorders ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่สร้างอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต การใช้เทคนิค EMDR อีเอ็มดีอาร์ช่วยให้ชีวิตกลับมามีความสุขอีกครั้ง ข้อดีที่เห็นได้ชัดและได้ผลลัพธ์ดังที่งานวิจัยของผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายได้กล่าวไว้มีดังนี้

1. สมองมีการเรียงลำดับความคิด

เทคนิคอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) ช่วยให้เรารู้สึกถึงความทรงจำของเหตุการณ์อันเลวร้ายได้ถูกจัดระเบียบในสมอง รู้สึกเข้าใจ และชัดเจนขึ้นกับเหตุการณ์มากขึ้น และรู้สึกว่าเหตุการณ์เหล่านั้นไม่สามารถมามีอิทธิพล รบกวนการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป

2. ทำให้รู้จักปล่อยวาง

ขั้นตอนของอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) ช่วยให้ความคิดได้มีการเชื่อมโยงต่อเนื่อง ลื่นไหล ทำให้เรารู้สึกคลายความหนักใจ ทุกข์ใจ จนมันไม่มารบกวนจิตใจได้อีก เป็นการอยู่กับมันอย่างเข้าใจแบบคนที่มองปัญหาอยู่ห่างๆ

3. ช่วยเรื่องความคิดลบ

การบำบัดด้วย EMDR (อีเอ็มดีอาร์) เป็นการรักษาความเชื่อมั่นจากภายในที่ถูกกระทบกระเทือนจากประสบการณ์อันเลวร้ายในชีวิต ช่วยในการมองภาพตัวเองและมีการเชื่อมโยงกับพฤติกรรมที่ตนเคยเลือกกระทำที่เป็นผลมีจากความทรงจำด้านลบ ทำให้เกิดการสะท้อนที่จะเปลี่ยนแปลงในการปรับพฤติกรรมให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ EMDR (อีเอ็มดีอาร์) สามารถช่วยพัฒนาในเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ ปรับภาวะด้านอารมณ์ และ ความมั่นใจ

แม้เหตุการณ์เลวร้ายที่ยังฝังลึกในใจ และไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กที่คนอื่นมองหรือเรื่องใหญ่เกินกว่าใครจะรับไหว ย่อมล้วนแต่ส่งผลร้ายต่อการดำเนินชีวิตของคนเราได้ทั้งนั้น ความคิดด้านลบจากเหตุการณ์อันเลวร้ายล้วนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หรือ คนในครอบครัว บ่อยครั้งทำให้เกิดความขัดแย้ง และขาดการเชื่อมโยงกับสิ่งที่สำคัญในชีวิต หรืออยากหลีกหนี้ แยกตัวออกห่างสังคม

การได้จัดการกับความทรงจำอันเลวร้ายนั้นทำให้เราสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาอุปสรรค์ได้อย่างมีขั้นตอนและมีความเข้าใจ ทำให้เรามีประสบการณ์ชีวิต และสามารถพัฒนาความคิดของเราให้เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นได้

รู้ได้อย่างไรว่าเราพร้อมสำหรับการทำอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) หรือไม่?
 
การบำบัดจิตใจด้วยวิธีของอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) จะไม่เหมือนเทคนิคด้านจิตวิทยาแบบอื่นๆ เนื่องจาก อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) จะโฟกัสตรงไปที่ อารมณ์ ความนึกคิด และปฎิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์สะเทือนจิตใจที่เกิดขึ้น หรือบาดแผลทางใจที่รุนแรง

ด้วยเทคนิคนี้จะไปทำงานกับสมองจัดการกับความทรงจำที่ยังเก็บซ่อนเอาไว้ และจัดการระบบไหลเวียนของความทรงจำที่สมองเกิดปัญหาในการจัดเก็บไม่สมบรูณ์ของเหตุการณ์ความทรงจำเหล่านั้น ดังนั้นการที่เราพยายามไปลบความทรงจำ การทำให้ลืมจึงเป็นการแก้ไขไม่ถูกวิธี  การกระทำการบิดเบือนต่อสมอง หรือเก็บซ่อนความรู้สึก จึงส่งผลต่อการแสดงออกด้านจิตใจ และทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา


อย่างไรก็ตามก่อนเริ่มทำการบำบัดด้วย อีเอ็มดีอาร์(EMDR) ทุกครั้งจะมีการเตรียมตัวผู้รับบริการก่อน เทคนิคEMDR อีเอ็มดีอาร์ อาจจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับการกลับไปสู่เหตุการณ์ในอดีตที่มารบกวนจิตใจ เทคนิคด้านจิตวิทยา EMDR อีเอ็มดีอาร์ นี้ถึงแม้จะใช้ได้ผลในการรักษาบาดแผลทางใจในเวลาอันรวดเร็วก็ตาม การรักษาอาการให้กับคนที่เคยผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือสะเทือนใจ เกิดความวิตกกังวล เจ็บป่วยเรื้อรัง มีบาดแผลทางใจมากจากวัยเด็ก การสูญเสียบบุคคลอันเป็นที่รัก การพลัดพรากที่นำมาซึ่งความเจ็บปวด  เกิดเป็น eating disorders ติดสารเสพติด หรือ อาการหวาดกลัวบางสิ่งบางได้ก็จริง แต่อย่างได้ก็ตามเทคนิคนี้อาจเกิดผลข้างเคียงด้วยเช่นกัน

ดังนั้นควรพูดคุยกับนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญให้เข้าใจถึงหลักการ และ ขั้นตอน กระบวนการก่อนการเริ่มทำ อีเอ็มดีอาร์(EMDR)ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน เพราะการใช้เทคนิคนี้ อาจทำให้เราเกิดอาการในเบื้องต้นที่ไม่สบายใจ หรือฝันร้ายในช่วงเริ่มต้นหรือช่วงกำลังอยู่ในกระบวนการเนื่องสมองของเราต้องทำงานกับระบบความจำที่เป็นประสบการณ์ที่แย่ในอดีต แต่หากเราทำตามกระบวนการด้วยความเข้าใจภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) ก็จะสามารถผ่านพ้นขั้นตอนการปรับสมดุลย์ด้านประสบการณ์เลวร้ายที่มีผลต่อสมองและช่วยฟื้นฟูสภาวะการณ์ด้านสภาพจิตใจที่เป็นปัญหาและเติบโตกลับมาแข็งแกร่งด้านจิตใจมากขึ้นกว่าเดิมได้

อย่างไรก็ตามหากเรามีอารมณ์ที่รุนแรง ฟูมฟายหรือไม่สามารถพูดถึงหรือนึกถึงเหตุการณ์ที่สะเทือนใจนั้นได้เลย หรือพยายามหลีกหนีเวลาที่นึกถึงมันและทนไม่ไหวทันทีเมื่อเหตุการณ์นั้นได้ถูกนึกย้อนกลับมาอีก นั้นอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าเราอาจยังไม่พร้อมสำหรับการบำบัดด้วยเทคนิค อีเอ็มดีอาร์ (EMDR) ดังนั้นควรปรึกษานักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอรับคำแนะนำว่าควรปฎิบัติตัวอย่างไร และควรทำขั้นตอนใดเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการทำเทคนิค EMDR อีเอ็มดีอาร์

หัวใจของการทำการบำบัดด้วย EMDR อีเอ็มดีอาร์คือช่วยให้เราหายจากอาการป่วยที่เกิดจากสภาพจิตใจหรือบาดแผลในใจที่ยังไม่รับการรักษาและปล่อยไว้เป็นปัญหามาเนิ่นนาน การจัดการกับบาดแผลทางใจด้วยเทคนิคอีเอ็มดีอาร์(EMDR) นั้นช่วยด้านจิตใจเราในเวลาอันสั้นก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญในเข้าสู่กระบวนการนี้เพื่อช่วยให้การทำบำบัดมีประสิทธิภาพสูงสุดคือการได้รับการเตรียมตัวที่ดีและมีการเตรียมพร้อมก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการ อย่างไรก็ดีระยะเวลาในการฟื้นคืนของสภาพจิตใจในแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความซับซ้อนของปัญหาในแต่ละคนด้วยเช่นกัน 

เทคนิคอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) แตกต่างจากการเทคนิคบำบัดด้านจิตวิทยาอย่างอื่นเนื่องจากการบำบัดด้วยอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) เป็นการกระตุ้นด้านร่างกายให้ไปสื่อสารบำบัดให้เกิดประสิทธิภาพด้านอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดโดยไม่ต้องใช้การสื่อสารด้วยคำพูด เป็นการให้คุณค่าและความสำคัญกับช่วงเวลาหรือเหตุการณ์อันเลวร้ายบางอย่างที่ยากเกินการอธิบายมาเป็นภาษาได้หรือบางครั้งความเจ็บปวดนี้ก็ยากเกินกว่าจะบรรยายมาเป็นคำพูดได้

แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะการบำบัดด้วยอีเอ็มดีอาร์จะไม่มีการพูดคุยเลย เพียงแต่แค่จำกัดการพูดและใช้เทคนิคอีเอ็มดีอาร์ในขณะที่ทำการบำบัดเท่านั้น หากคุณเคยบำบัดด้านจิตวิทยาแบบอื่น หรือปรึกษานักจิตวิทยาด้วยวิธีการอื่นมาแล้วไม่ได้ผล ลองปรึกษานักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญถึงเทคนิควิธีการบำบัดด้วยอีเอ็มดีอาร์ (EMDR) อาจเหมาะสมและได้ผลคุ้มค่ากับคุณก็ได้

 



อ้างอิง :  1. Greenwoodcounselingcenter.com

           2. Healthline.com

           3. New York Times

           4. Center for Discovery Eating Disorder Treatment

           5. https://ipseitycounselingclinic.com/2019/12/03/is

              -emdr-therapy-right-for-me/

           6. www.facebook.com/bettermindthailand

           7. https://www.bettermindthailand.com/

 




 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้