Trauma คืออะไร? เข้าใจบาดแผลทางใจและวิธีรักษา | Better Mind

2206 Views  | 

Trauma คืออะไร? เข้าใจบาดแผลทางใจและวิธีรักษา | Better Mind

จิตบำบัดเชิงลึก (Trauma & PTSD Therapy)

Trauma คืออะไร? เข้าใจบาดแผลทางใจ สัญญาณเตือน PTSD และแนวทางรักษาที่ตรงจุด

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา นักจิตบำบัด EMDR & Brainspotting

โดย: ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D)

นักจิตวิทยาการปรึกษา & ผู้เชี่ยวชาญจิตบำบัด EMDR / Brainspotting

Trauma (ทรอม่า) หรือ "บาดแผลทางใจ" ไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในอดีต แต่คือผลกระทบทางอารมณ์และระบบประสาทที่ยังคงฝังลึกอยู่ แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านพ้นไปนานแล้ว การปล่อยให้ปมบาดแผลทางใจสะสมโดยไม่ได้รับการเยียวยา อาจนำไปสู่ภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) โรควิตกกังวล และอาการป่วยทางกายเรื้อรังได้

ข่าวดีคือ: บาดแผลทางใจสามารถรักษาและเยียวยาให้หายดีได้ ด้วยจิตบำบัดเชิงลึกยุคใหม่ เช่น EMDR และ Brainspotting

Trauma คืออะไร บาดแผลทางใจ

1. สาเหตุและ 3 ประเภทหลักของ Trauma

เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Traumatic Events) เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง, การสูญเสียกะทันหัน, การถูกทำร้าย หรือ Childhood Trauma (บาดแผลในวัยเด็ก) สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะหลัก:

ประเภท Traumaลักษณะและสาเหตุ
Acute Trauma (เฉียบพลัน)เกิดจากเหตุการณ์รุนแรงครั้งเดียว เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง, ภัยพิบัติ
Chronic Trauma (เรื้อรัง)เกิดจากการถูกกระทำซ้ำๆ เช่น ความรุนแรงในครอบครัว, การถูกกลั่นแกล้ง
Complex Trauma (ซับซ้อน)สะสมจากหลายเหตุการณ์ต่อเนื่องหลายช่วงวัย เช่น บาดแผลถูกทอดทิ้งในวัยเด็ก
ประเภทของ Trauma บาดแผลทางใจ

2. สัญญาณเตือนของ Trauma และภาวะ PTSD

เมื่อจิตใจและระบบประสาทเผชิญกับ Trauma ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือน 4 ด้านสำคัญ:

  • Intrusion (ภาพย้อนรำลึก): ฝันร้ายบ่อยๆ หรือมี Flashback ความทรงจำรบกวนผุดขึ้นมา
  • Avoidance (การหลีกเลี่ยง): พยายามหลีกหนีผู้คน สถานที่ หรือสิ่งที่สะกิดใจ (Trigger)
  • Emotional Numbness (อารมณ์เปลี่ยน): หงุดหงิดง่าย รู้สึกชาชิน แยกตัว หรือไร้ความสุข
  • Hyperarousal (ตื่นตัวสูง): ตกใจง่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ หวาดระแวงตลอดเวลา

ข้อสังเกต: หากมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกิน 1 เดือน และรบกวนชีวิตประจำวัน อาจเข้าข่าย **ภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder)** ที่ควรได้รับการดูแลจากนักจิตบำบัด

อาการ Trauma และ PTSD ภาวะ PTSD บาดแผลทางใจ

3. แนวทางการรักษา Trauma ที่มีประสิทธิภาพสูง

การพูดคุยแบบทั่วไปอาจไม่เพียงพอในการเยียวยา Trauma ฝังลึก ปัจจุบันจึงนิยมใช้ จิตบำบัดเชิงลึก (Deep Psychotherapy) ร่วมด้วย:

EMDR Therapy (Eye Movement Desensitization and Reprocessing)
ใช้การกระตุ้นสมองสองข้างผ่านสายตา เสียง หรือการเคาะ เพื่อให้สมองปลดล็อกและประมวลผลความทรงจำอันเจ็บปวดใหม่
Brainspotting (BSP)
ใช้ตำแหน่งการมอง (Eye Position) เพื่อเข้าถึงสมองส่วนลึกที่เป็นจุดเก็บกัก Trauma ช่วยปลดปล่อยอารมณ์ตกค้างอย่างตรงจุด
CBT (Cognitive Behavioral Therapy)
เน้นปรับเปลี่ยนความคิดเชิงลบและพฤติกรรมที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากประสบการณ์ Trauma
จิตบำบัด Trauma ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Trauma และการรักษา

Q1: Trauma ต่างจาก PTSD อย่างไร?

A: Trauma คือประสบการณ์บาดแผลทางอารมณ์ ส่วน PTSD คือภาวะสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นเมื่ออาการของ Trauma คงอยู่นานและรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน

Q2: ปมบาดแผลทางใจ (Trauma) หายขาดได้ไหม?

A: สามารถเยียวยาและบรรเทาให้หายดีได้ โดยการทำจิตบำบัดเฉพาะทางอย่าง EMDR หรือ Brainspotting ช่วยให้สมองประมวลผลความทรงจำใหม่จนไม่เกิดอาการ Trigger ซ้ำ

Q3: Brainspotting และ EMDR ต่างกันอย่างไร?

A: ทั้งสองเทคนิคเน้นประมวลผลความทรงจำระดับระบบประสาท โดย EMDR ใช้การเคลื่อนไหวสายตาหรือการเคาะสลับซ้าย-ขวา ส่วน Brainspotting จะใช้จุดสายตาเฉพาะตำแหน่งเพื่อเข้าถึงส่วนสมองที่เก็บกัก Trauma

Q4: การรักษา Trauma ต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

A: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปมบาดแผล ผู้รับการบำบัดหลายคนเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นได้ตั้งแต่ไม่กี่ครั้งแรก และเห็นผลชัดเจนในการทำบำบัดอย่างต่อเนื่อง

ก้าวข้ามบาดแผลทางใจ เริ่มต้นชีวิตใหม่กับ Better Mind

บริการจิตบำบัด Trauma, EMDR และ Brainspotting โดย ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Bangkok & Online)

นัดหมายปรึกษาจิตบำบัด

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้