12901 Views |
เข้าใจกลไกเคมีในสมอง เรียนรู้การปล่อยวาง และรับมือกับความสูญเสียอย่างถูกวิธี

ความรู้สึกคิดถึงไม่ได้เป็นเพียงความคิดในหัว แต่บ่อยครั้งมันส่งผลเป็นความเจ็บปวดและทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ รู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญในชีวิตได้ขาดหายไปอย่างสิ้นเชิง
ชีวิตของคนเราเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนด้านความสัมพันธ์ สัมพันธภาพแม้จะเป็นพื้นฐานสำคัญของมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าทุกความสัมพันธ์จะคงอยู่ตลอดไป การพลัดพรากหรือการลาจากจึงสร้างบาดแผลทางอารมณ์ โดยเฉพาะเมื่อเรายังมีความทรงจำที่ดี มีความผูกพัน หรือยังแอบหวังว่าจะได้หวนคืนกลับมาหากันอีกครั้ง
ในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา การที่เราคิดถึงใครบางคนขึ้นมาอย่างกะทันหัน หรือที่เรียกว่า Nostalgic Moments มีความเกี่ยวพันโดยตรงกับเคมีในสมอง:

สถานที่เดิมๆ หรือสถานการณ์เดิมที่เคยแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน
ความเหงา เครียด หรือโดดเดี่ยว ทำให้จิตใจโหยหาคนอุ่นใจในอดีต
การเลิกลาที่ไร้คำตอบชัดเจน ทำให้สมองยังคงวนเวียนหาคำตอบ
การโหยหาวันเวลาเก่าๆ และอดีตอันแสนหวานที่เคยเกิดขึ้น
ย้ายงาน ย้ายที่อยู่ หรือสูญเสียเซฟโซนเดิมจนเกิดความสับสน
การไม่มีโอกาสได้บอกลา ทำให้ความรู้สึกคั่งค้างไม่ถูกปลดล็อก
ถึงแม้การจัดการอารมณ์สูญเสียจะเป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถฝึกฝน Mindset และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเจ็บปวดได้ด้วย 5 แนวทางดังนี้:
อย่ากดดันตัวเองให้ลืมในทันที ให้เวลาร่างกายและจิตใจได้เยียวยา การที่เรายังคิดถึงแปลว่าเรายังต้องการเวลา ยอมรับว่าเหตุการณ์ได้จบลงแล้ว และเก็บไว้เพียงความทรงจำดีๆ
ใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ การได้พูดคุยระบายความรู้สึกจะช่วยลดความโดดเดี่ยว หรือหากรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว การปรึกษานักจิตวิทยาการปรึกษาจะเป็นตัวช่วยที่ตรงจุด
หางานอดิเรกที่เพลิดเพลินเพื่อดึงความสนใจออกจากความขุ่นมัว ออกไปเจอผู้คนใหม่ๆ เพื่อขยายมุมมองชีวิต และช่วยให้หลุดพ้นจากวงจรความคิดถึงแบบเดิม
ฟื้นฟูสุขภาพกายด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ และนวดผ่อนคลายความเครียด ร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยพยุงจิตใจให้เข้มแข็งขึ้นได้เร็วขึ้น
ทำจิตใจให้สงบ รับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องโทษตัวเองหรือตัดสินใคร ความเข้าใจและยอมรับความจริงจะช่วยตัดวงจรความคิดลบได้อย่างยั่งยืน
A: ยิ่งพยายามพยศหรือพยายามกดความรู้สึกไว้ สมองจะยิ่งโฟกัสสิ่งนั้นครับ ทางที่ดีคือยอมรับว่าเรากำลังคิดถึง แล้วปล่อยให้ความรู้นั้นค่อยๆ ผ่านไปโดยไม่ตัดสินตัวเอง
A: หากความเจ็บปวดหรือความคิดถึงนั้นส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ การทำงาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันติดต่อกันเกิน 2-4 สัปดาห์ การพบนักจิตวิทยาจะช่วยให้ก้าวผ่านความทุกข์ได้เร็วขึ้นครับ
ความรู้สึกคิดถึงอดีตไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่หากปล่อยให้ความโหยหาคุมชีวิตจนกลายเป็นภาวะซึมเศร้า ย่อมไม่เป็นผลดี การปรับมุมมอง ชื่นชมสิ่งที่เคยเกิดขึ้น และก้าวไปข้างหน้าคือคำตอบ และหากคุณต้องการเพื่อนคู่คิดในการเยียวยาจิตใจ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญพร้อมรับฟังและเคียงข้างคุณเสมอครับ
หากคุณกำลังเผชิญความเจ็บปวดจากความสูญเสีย ปมค้างใจ หรือต้องการพูดคุยกับ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา ติดต่อเราได้ทันที: