5 วิธีหยุดความเจ็บปวด เมื่อคิดถึงใครบางคนจนแทบขาดใจ

12903 Views  | 

5 วิธีหยุดความเจ็บปวด เมื่อคิดถึงใครบางคนจนแทบขาดใจ

5 วิธีหยุดความเจ็บปวด เมื่อคิดถึงใครบางคนจนแทบจะขาดใจ

เข้าใจกลไกเคมีในสมอง เรียนรู้การปล่อยวาง และรับมือกับความสูญเสียอย่างถูกวิธี

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา นักจิตวิทยาการปรึกษา Better Mind
ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D.)
นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
EMDR & Brainspotting Psychotherapy Practitioner

สรุปสาระสำคัญ (Key Takeaways)

  • ความคิดถึงรุนแรงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเคมีในสมอง (Dopamine, Oxytocin) ที่หยุดลงกะทันหัน
  • ความเจ็บปวดมักมาจากปมติดค้างในใจ (Unresolved Feelings) หรือการเลิกลาอย่างกะทันหัน
  • หากความเจ็บปวดนี้กระทบการใช้ชีวิตเรื้อรัง การรับบริการจิตบำบัดจะช่วยปรับ Mindset และเยียวยาจิตใจได้ทันท่วงที

1. ทำไมเราถึงเกิดความรู้สึกคิดถึงจนเจ็บปวด?

ความรู้สึกคิดถึงไม่ได้เป็นเพียงความคิดในหัว แต่บ่อยครั้งมันส่งผลเป็นความเจ็บปวดและทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ รู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญในชีวิตได้ขาดหายไปอย่างสิ้นเชิง

ชีวิตของคนเราเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนด้านความสัมพันธ์ สัมพันธภาพแม้จะเป็นพื้นฐานสำคัญของมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าทุกความสัมพันธ์จะคงอยู่ตลอดไป การพลัดพรากหรือการลาจากจึงสร้างบาดแผลทางอารมณ์ โดยเฉพาะเมื่อเรายังมีความทรงจำที่ดี มีความผูกพัน หรือยังแอบหวังว่าจะได้หวนคืนกลับมาหากันอีกครั้ง

2. กลไกเคมีในสมองกับภาวะ Nostalgic Moments

ในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา การที่เราคิดถึงใครบางคนขึ้นมาอย่างกะทันหัน หรือที่เรียกว่า Nostalgic Moments มีความเกี่ยวพันโดยตรงกับเคมีในสมอง:

กลไกสมองและความคิดถึง
  • สารแห่งความสุขหายไปกะทันหัน: ช่วงที่เรามีความรัก สมองจะหลั่ง Oxytocin, Serotonin และ Dopamine ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขและความผูกพัน
  • ภาวะถอนยาทางอารมณ์: เมื่อความสัมพันธ์จบลง สมองจะหยุดหลั่งสารเหล่านี้ทันที นักวิทยาศาสตร์จึงเปรียบการเสพติดความรักเหมือนการเสพติดสารความสุข เมื่อขาดไปจึงเกิดภาวะเศร้าและโหยหาอย่างรุนแรง
  • สิ่งกระตุ้น (Triggers): สถานที่ เพลง หรือรูปภาพเก่าๆ สามารถกระตุ้นให้สมองดึงความทรงจำนั้นกลับมาจดจำและเจ็บปวดซ้ำได้อีกครั้ง

3. 6 สาเหตุหลักที่ทำให้ความคิดถึงยังคงติดค้างในใจ

1. สิ่งกระตุ้นความทรงจำ (Triggered Memories)

สถานที่เดิมๆ หรือสถานการณ์เดิมที่เคยแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน

2. ภาวะทางอารมณ์เปราะบาง (Emotional State)

ความเหงา เครียด หรือโดดเดี่ยว ทำให้จิตใจโหยหาคนอุ่นใจในอดีต

3. ปมติดค้างในใจ (Unresolved Feelings)

การเลิกลาที่ไร้คำตอบชัดเจน ทำให้สมองยังคงวนเวียนหาคำตอบ

4. ความถวิลหาอดีต (Nostalgia)

การโหยหาวันเวลาเก่าๆ และอดีตอันแสนหวานที่เคยเกิดขึ้น

5. การเปลี่ยนแปลงในชีวิต (Transitions)

ย้ายงาน ย้ายที่อยู่ หรือสูญเสียเซฟโซนเดิมจนเกิดความสับสน

6. จากกันกะทันหัน (Lack of Closure)

การไม่มีโอกาสได้บอกลา ทำให้ความรู้สึกคั่งค้างไม่ถูกปลดล็อก

4. 5 วิธีหยุดความเจ็บปวดเมื่อคิดถึงใครบางคน

ถึงแม้การจัดการอารมณ์สูญเสียจะเป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถฝึกฝน Mindset และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเจ็บปวดได้ด้วย 5 แนวทางดังนี้:

1. ปรับ Mindset และยอมรับความจริงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

อย่ากดดันตัวเองให้ลืมในทันที ให้เวลาร่างกายและจิตใจได้เยียวยา การที่เรายังคิดถึงแปลว่าเรายังต้องการเวลา ยอมรับว่าเหตุการณ์ได้จบลงแล้ว และเก็บไว้เพียงความทรงจำดีๆ

2. เปิดรับตัวช่วยและแรงสนับสนุนจากรอบข้าง

ใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ การได้พูดคุยระบายความรู้สึกจะช่วยลดความโดดเดี่ยว หรือหากรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว การปรึกษานักจิตวิทยาการปรึกษาจะเป็นตัวช่วยที่ตรงจุด

3. ออกไปทำกิจกรรมใหม่ๆ และสร้าง Connection เพิ่มเติม

หางานอดิเรกที่เพลิดเพลินเพื่อดึงความสนใจออกจากความขุ่นมัว ออกไปเจอผู้คนใหม่ๆ เพื่อขยายมุมมองชีวิต และช่วยให้หลุดพ้นจากวงจรความคิดถึงแบบเดิม

4. หันกลับมาใส่ใจและดูแลตัวเอง (Self-Care)

ฟื้นฟูสุขภาพกายด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ และนวดผ่อนคลายความเครียด ร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยพยุงจิตใจให้เข้มแข็งขึ้นได้เร็วขึ้น

5. ฝึกสมาธิและฝึกการรับรู้แบบไม่ตัดสิน (Mindfulness)

ทำจิตใจให้สงบ รับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องโทษตัวเองหรือตัดสินใคร ความเข้าใจและยอมรับความจริงจะช่วยตัดวงจรความคิดลบได้อย่างยั่งยืน

5. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความคิดถึงและความสูญเสีย (FAQ)

Q: พยายามลืมเท่าไหร่ก็ยิ่งคิดถึง เกิดจากอะไร?

A: ยิ่งพยายามพยศหรือพยายามกดความรู้สึกไว้ สมองจะยิ่งโฟกัสสิ่งนั้นครับ ทางที่ดีคือยอมรับว่าเรากำลังคิดถึง แล้วปล่อยให้ความรู้นั้นค่อยๆ ผ่านไปโดยไม่ตัดสินตัวเอง

Q: เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มพบนักจิตวิทยาเพื่อรับการบำบัด?

A: หากความเจ็บปวดหรือความคิดถึงนั้นส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ การทำงาน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันติดต่อกันเกิน 2-4 สัปดาห์ การพบนักจิตวิทยาจะช่วยให้ก้าวผ่านความทุกข์ได้เร็วขึ้นครับ

บทสรุปจากนักจิตวิทยา

ความรู้สึกคิดถึงอดีตไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่หากปล่อยให้ความโหยหาคุมชีวิตจนกลายเป็นภาวะซึมเศร้า ย่อมไม่เป็นผลดี การปรับมุมมอง ชื่นชมสิ่งที่เคยเกิดขึ้น และก้าวไปข้างหน้าคือคำตอบ และหากคุณต้องการเพื่อนคู่คิดในการเยียวยาจิตใจ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญพร้อมรับฟังและเคียงข้างคุณเสมอครับ

รับคำปรึกษาและบริการจิตบำบัด Better Mind Thailand

หากคุณกำลังเผชิญความเจ็บปวดจากความสูญเสีย ปมค้างใจ หรือต้องการพูดคุยกับ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา ติดต่อเราได้ทันที:

อ้างอิงข้อมูล: Thriveworks, Verywell Mind, Healthline

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้