8339 Views |
เปลี่ยนความรู้สึกอิจฉาริษยาให้กลายเป็นพลังบวกในการพัฒนาตัวเอง เลิกเปรียบเทียบ และมีความสุขในแบบฉบับของคุณ

ความรู้สึกอิจฉาคนอื่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน แต่หากไม่ตระหนักรู้อาจก่อตัวเป็นความขมขื่นในใจ ความสำเร็จของผู้อื่นอาจทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด สะเทือนใจ และนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แย่ลง สิ่งแรกที่ต้องทำคือยอมรับความรู้สึกนี้ และทำความเข้าใจรากฐานที่มักมาจากวัยเด็ก การใช้ชีวิตบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่เห็นภาพชีวิตหรูหรา ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกขี้อิจฉาและอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ ควรหยุดพักจากโซเชียลมีเดียเพื่อรักษาความสมดุลทางใจ

ตรวจสอบตัวเองและควบคุมความคิดอิจฉาซึ่งสะท้อนความไม่มั่นคงในใจ หยุดเอาชีวิตไปเทียบกับเพื่อนหรือคนในโซเชียลมีเดีย แข่งขันกับตัวเองและพัฒนาให้ดีกว่าเมื่อวานเพราะแต่ละคนมีบริบทชีวิตที่ต่างกัน
แม้จะมีปมในอดีตหรือปัญหาชีวิต แต่หากมีกรอบความคิดที่เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง เราจะไม่เสียเวลาอิจฉาผู้อื่น แต่นำพลังนั้นมาลงมือทำความฝันให้สำเร็จ
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เบื้องหลังความสำเร็จต้องผ่านอุปสรรคมากมาย จงชื่นชมและให้คุณค่ากับความสำเร็จเล็กๆ ของตัวเอง โดยไม่ต้องรอการยอมรับหรือโอ้อวดจากผู้อื่น
โลกนี้มีความไม่เท่าเทียม อย่าเสียเวลาใส่ใจในสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่จงมุ่งมั่นทำชีวิตตนเองให้ประสบความสำเร็จในแบบฉบับของเราให้ดีที่สุด
ชื่นชมยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่นและมองเป็นแรงบันดาลใจ กำหนดเป้าหมายและนิยามความสำเร็จของตัวเอง เพราะความสำเร็จคนอื่นไม่ได้ลดทอนความสามารถของเรา

A: เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน แต่หากปล่อยให้ความรู้สึกนี้ครอบงำจนสร้างความทุกข์หรืออยากทำร้ายผู้อื่น ควรหาทางปรับมุมมองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
A: หากไม่สามารถกำจัดความคิดลบหรือมี Mindset ที่ส่งผลร้ายต่อการใช้ชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ควรรีบพบนักจิตวิทยาเพื่อทำจิตบำบัด
ปรึกษาและรับคำแนะนำอย่างปลอดภัยกับนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา