35 สิ่งที่เปลี่ยนไป หลังทำจิตบำบัดด้วย EMDR Therapy

คุณเจฟฟรี่ เทจเจค (Jeffrey Tejcek) ผู้เชี่ยวชาญ EMDR Virtual ให้ข้อมูลว่า ผลจากการทำจิตบำบัดแบบ EMDR Therapy ทั้งแบบออนไลน์และแบบมาพบตัว สร้างประสบการณ์และการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเชิงบวกอย่างชัดเจน ผู้เข้ารับการบำบัดส่วนใหญ่มักรับรู้ถึงความก้าวหน้าที่แปลกใหม่ ซึ่งรวบรวมไว้เป็น 35 ข้อสรุปสำคัญในบทความนี้

EMDR Therapy แท้จริงแล้วคืออะไร?
EMDR ย่อมาจาก Eye Movement Desensitization and Reprocessing เป็นการทำจิตบำบัดโดยใช้การเคลื่อนไหวของสายตา การฟังเสียงสลับข้าง หรือการสัมผัสสะท้อนความสั่นสะเทือนเพื่อกระตุ้นสมองทั้งสองซีก (Bilateral Stimulation)
จุดเริ่มต้นใช้รักษาอาการ PTSD (ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ) ในทหารผ่านศึก รวมถึงโรคซึมเศร้า พฤติกรรมเสพติด และภาวะอารมณ์แปรปรวนรุนแรง ให้กลับมาควบคุมตัวเองและใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข
35 ประสบการณ์และความเปลี่ยนแปลงหลังทำ EMDR Therapy
1. ช่วยปรับเปลี่ยนและลดพฤติกรรมเสพติด
การกระตุ้นสมองทั้งสองด้านช่วยเปลี่ยนจุดโฟกัสของสมองส่วนกลางที่ตอบสนองต่อสิ่งเสพติด ทำให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น (ดร. สตีเฟน แดนซิงเกอร์)
2. ลดการถูกกระตุ้นจากสิ่งที่เคยหวาดกลัวสุดขีด
ความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลต่อความกลัว (เช่น กลัวความสูง, กลัวเครื่องบิน) ถูกจัดระเบียบใหม่ให้กลับเป็นปกติ
3. ทำให้ปัญหาที่เคยยิ่งใหญ่ดูเล็กลง
สมองรับรู้ว่าปัญหาที่เคยทำให้ทุกข์ใจไม่ใช่สิ่งสำคัญลำดับแรกๆ อีกต่อไป จึงไม่สามารถมารบกวนใจได้เหมือนเคย
4. ทำความทรงจำที่ติดค้างให้กระจ่างและได้รับการจัดการอย่างละมุนละม่อม
เข้าถึงระบบความทรงจำเก่าเพื่อแก้ไขปมปัญหา เกิดการตระหนักรู้และความเข้าใจต่อเหตุการณ์อย่างแท้จริง
5. อาจมีผลข้างเคียงคือความฝันที่ไม่พึงประสงค์ในระยะแรก
เป็นกระบวนการปกติเมื่อสมองดึงความทรงจำมาจัดเก็บใหม่ ซึ่งจะค่อยๆ คลี่คลายและโล่งสบายขึ้นในระยะยาว
6. จดจำเรื่องราวและรายละเอียดดีๆ ในอดีตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อสมองปลดล็อกความทรงจำเลวร้าย ความทรงจำอบอุ่นในวัยเด็กหรือความรักที่เคยลบเลือนจะกลับคืนมา
7. ร่างกายอาจรับรู้ถึงความสั่นไหวในช่วงแรก
เกิดจากการกระตุ้นสื่อประสาทสมองสองซีกแบบสลับกัน เมื่อระบบสมองเริ่มสมดุลอาการสั่นไหวจะหายไป
8. เปลี่ยนมุมมองต่อความสัมพันธ์ไปในทางที่ดีขึ้น
ช่วยพัฒนาสัมพันธภาพที่เคยขัดแย้งให้กลับมาเข้าใจกันมากขึ้น
9. เพิ่ม Self-Esteem และกล้าทำในสิ่งที่เคยกลัว
ก้าวข้ามความกังวลเดิมๆ เช่น กล้าเดินทางไปท่องเที่ยว หรือกล้าทำกิจกรรมที่เคยหวาดกลัว
10. ปะติดปะต่อเหตุการณ์ในอดีตได้สมบูรณ์ขึ้น
ลำดับความทรงจำได้เป็นระบบ ชัดเจน และไม่สับสน
11. ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานของสมอง
มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่า EMDR ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
12. ตระหนักรู้ว่าสมองมีกลไกเยียวยาตัวเองตามธรรมชาติ
EMDR ช่วยกระตุ้นให้สมองฟื้นฟูตัวเองผ่านระบบธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์
13. อารมณ์ลบอาจเข้มข้นในครั้งแรกๆ ก่อนจะปรับเข้าสู่ความสมดุล
ในการทำบำบัดช่วง 2-3 ครั้งแรก สมองจะเริ่มปรับตัวและกลับมาแข็งแรงขึ้นตามลำดับ
14. ฝึกสติและต่อยอดการจัดการความเครียดในชีวิตประจำวัน
ช่วยให้มีเครื่องมือทางความคิดสำหรับรับมือปัญหาใหม่ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
15. เกิดความรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณในชีวิต
จิตใจมีความแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และทนทานต่อความรู้สึกไว (Sensitivity) ได้ดีขึ้น
16. เร่งระยะเวลาการบำบัดจิตใจให้กลับคืนสู่ปกติเร็วขึ้น
มีขั้นตอนกระบวนการจัดการอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ
17. รู้สึกอยากบอกต่อประสบการณ์ความสำเร็จแก่ผู้อื่น
รับรู้ถึงความแตกต่างและผลลัพธ์ที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับการบำบัดรูปแบบเดิมๆ
18. เปลี่ยนเรื่องที่เคยกลัวสุดขีดให้กลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดา
จัดเก็บความกลัวและความวิตกกังวลเข้าไว้ในกล่องความทรงจำอย่างเป็นระเบียบ
19. ยุติความทรงจำอันเลวร้ายและการคิดซ้ำเติมตัวเอง
หลุดพ้นจากการเป็น "เหยื่อ" ของเหตุการณ์ร้ายๆ ในอดีตที่คอยหลอกหลอน
20. ลดอิทธิพลของอดีตต่อการใช้ชีวิตปัจจุบัน
แม้ความทรงจำเก่ายังคงอยู่ แต่บริบทความเข้าใจเปลี่ยนไป ไม่รบกวนจิตใจอีกต่อไป
21. สุขภาพกายและสุขภาพจิตแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัด
ยกความหนักอึ้งออกจากใจ ทำให้มองโลกในแง่บวกและมีชีวิตชีวามากขึ้น
22. สมองยังคงจัดระบบเยียวยาต่อเนื่องแม้หมดชั่วโมงบำบัด
กระบวนการปรับความทรงจำในสมองยังคงทำงานต่ออย่างมีประสิทธิภาพ
23. ลดความหมกมุ่น ยึดติด และความคิดกังวลวนลูป
ช่วยปรับสมดุลความคิด ลดการหวนนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำๆ
24. จัดระเบียบความทรงจำที่ตกค้างให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม
ช่วยนำความทรงจำที่ยังประมวลผลไม่เสร็จสมบูรณ์เข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้อง
25. พัฒนาสัมพันธภาพกับครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน
เมื่อโฟกัสพลังงานบวกและรักตัวเองมากขึ้น สัมพันธภาพรอบข้างจะปรับดีขึ้นตาม
26. ก้าวข้ามอุปสรรคที่เคยฉุดรั้งชีวิตได้อย่างก้าวกระโดด
สร้างพลังใจที่แข็งแกร่งในการตัดสินใจและเดินหน้าต่อในชีวิต
27. ซ่อมแซมหัวใจที่แตกสลายและเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-Love)
ตระหนักรู้ในคุณค่าของตัวเอง รู้จักรักและขอบคุณในทุกสิ่งรอบตัว
28. ไม่กลัวหรือรู้สึกผิดที่จะเผชิญหน้ากับความทรงจำร้ายๆ
กล้าที่จะสะสางปัญหาแทนการพยายามเก็บซ่อนหรือลืมมันไปตลอดชีวิต
29. ค้นพบมุมมองใหม่ต่อเป้าหมายและความฝันในชีวิต
สะท้อนภาพความต้องการที่แท้จริง ทั้งเรื่องความรัก อาชีพ และเป้าหมายอนาคต
30. ช่วยรักษาพฤติกรรมการกินผิดปกติ (Eating Disorders)
ลดการถูกกระตุ้นจากความเครียดที่ส่งผลให้เกิดอาการอยากอาหารเกินพอดี
31. ลดความระแวงและกล้าใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ
คลายความกลัวผู้คน สามารถออกไปพบปะสังคมข้างนอกได้อย่างผ่อนคลาย
32. จัดระเบียบขอบเขตชีวิต (Boundaries) ได้ดีขึ้น
ไม่แบกรับเรื่องของคนอื่นเกินพอดี รู้จักโฟกัสและรักษาสมดุลชีวิตตัวเอง
33. มองเห็นแวดล้อมและสังคมที่เหมาะสมกับตัวเองชัดเจนขึ้น
หลุดพ้นจากสังคมที่เป็นพิษ (Toxic Environment) และดึงดูดสิ่งที่ดีกว่าเข้ามา
34. ปลดล็อกบาดแผลทางใจในวัยเด็ก (Childhood Trauma)
ปมความเจ็บปวดในอดีตไม่สามารถมามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันได้อีก
35. ทิ้งความเจ็บปวดไว้ในอดีตอย่างแท้จริง
เปลี่ยนปมค้างใจให้กลายเป็นเพียง "เหตุการณ์ในอดีต" ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อปัจจุบัน

EMDR Therapy เครื่องมือบำบัดจิตใจที่ทรงพลังและได้รับการยอมรับระดับโลก
EMDR Therapy มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนในการลดอาการบาดแผลทางใจ (PTSD) และปมค้างใจ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการบำบัดต้องอาศัย "ความเชื่อมั่น ความเปิดใจ และความร่วมมือระหว่างผู้รับบริการกับผู้เชี่ยวชาญ" เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปสู่ชีวิตที่มีความสุขอีกครั้ง
เริ่มต้นปลดล็อกปมค้างใจ ฟื้นฟูชีวิตด้วย EMDR Therapy
รับบริการทำจิตบำบัด EMDR Therapy กับ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา ได้ทั้งรูปแบบส่วนตัว (In-person) และออนไลน์ (Online)
นัดหมายปรึกษา Line: bettermind.thคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EMDR Therapy (FAQ)
Q: EMDR Therapy แบบออนไลน์ (Online) ได้ผลดีเทียบเท่ากับการมาพบตัวหรือไม่?
A: ได้ผลดีเช่นเดียวกันครับ ปัจจุบันมีเครื่องมือและนวัตกรรม EMDR Virtual ที่รองรับการกระตุ้นสมองสลับสองข้างผ่านหน้าจอและเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการมาพบตัวครับ
Q: การทำ EMDR Therapy ต้องใช้จำนวนกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
A: ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปมบาดแผลทางใจ (Trauma) โดยทั่วไปจะเริ่มรับรู้ถึงความผ่อนคลายและการจัดระบบความคิดที่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วง 3 - 6 ครั้งแรกครับ
Q: หากมีผลข้างเคียง เช่น ฝันร้าย หรือรู้สึกอารมณ์ดิ่งหลังทำบำบัด ถือว่าผิดปกติหรือไม่?
A: เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ครับ เนื่องจากสมองกำลังทำการจัดเก็บและประมวลผลความทรงจำเก่าใหม่ ซึ่งนักจิตวิทยาจะให้เทคนิคในการดูแลตัวเอง และอาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปในระยะยาวครับ