ทำจิตบำบัด EMDR Therapy อันตรายไหม? ไขข้อสงสัยและความเชื่อผิดๆ

จิตบำบัด EMDR Therapy ถือเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ปลอดภัยที่สุด และมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับการรักษาจิตบำบัดรูปแบบอื่นๆ ได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์ทั่วโลกและองค์การอนามัยโลก (WHO)

กระบวนการของ EMDR ทำงานอย่างไร และส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?
ในช่วงแรก กระบวนการอาจต้องมีการดึงความทรงจำที่ไม่พึงประสงค์กลับมาประมวลผลใหม่ อย่างไรก็ตาม เทคนิค EMDR จะเปลี่ยนผลกระทบด้านลบจากปมบาดแผลทางใจ (Trauma) ให้เบาบางลง ลดระดับความเครียดและความวิตกกังวลลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ EMDR ยังจัดเป็น Somatic Therapy ที่ช่วยเยียวยาอาการเจ็บป่วยทางกายที่หาสาเหตุไม่เจอ โดยเฉพาะ ปัญหาการนอนไม่หลับ ที่มักจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นและหลับสบายขึ้นอย่างรวดเร็วหลังได้รับการบำบัด

5 ความเข้าใจผิด & ความจริงเกี่ยวกับ EMDR Therapy
ความเชื่อผิด: EMDR เป็นการล้างสมอง?
ความจริง: EMDR ไม่ใช่การล้างสมอง แต่เป็นเทคนิคกระตุ้นระบบประสาทเพื่อจัดการกับความคิดลบ คลายปมความทรงจำอันเลวร้ายให้ไหลเวียนอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้ความทรงจำนั้นมามีอิทธิพลเหนือการใช้ชีวิตประจำวันอีกต่อไป
ความเชื่อผิด: EMDR สามารถลบความทรงจำได้?
ความจริง: ไม่ได้ลบความทรงจำ แต่ช่วยเปลี่ยน "อารมณ์ความรู้สึกสะเทือนใจ" ที่ผูกติดอยู่กับความทรงจำนั้น ให้กลายเป็นเพียงเรื่องราวในอดีตที่ไม่ทำร้ายเราอีกต่อไป
ความเชื่อผิด: EMDR ใช้สำหรับผู้ประสบภัยพิบัติเท่านั้น?
ความจริง: แม้เริ่มต้นจากผู้ป่วย PTSD แต่ปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่าช่วยรักษาโรคซึมเศร้า วิตกกังวล แพนิค โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) สมาธิสั้น และปมบาดแผลในวัยเด็ก (Childhood Trauma) ได้ดีเยี่ยม
ความเชื่อผิด: EMDR คือการสะกดจิต?
ความจริง: ไม่ใช่การสะกดจิต ผู้รับบริการจะมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ตลอดกระบวนการ ไม่มีการตกอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น (Dream-like State) แต่อย่างใด
ความเชื่อผิด: ทุกคนสามารถเริ่มทำ EMDR ได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมตัว?
ความจริง: ต้องผ่านขั้นตอนเตรียมความพร้อม (Stabilization) ก่อน เพื่อให้ผู้รับบริการเรียนรู้เทคนิคการรับมืออารมณ์ การเร่งรัดทำโดยไม่พร้อมจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

6 ประโยชน์สำคัญของการรักษาด้วย EMDR Therapy
1. รักษาปมบาดแผลทางใจ (PTSD) อย่างตรงจุด
ครอบคลุมทั้งโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล ภาวะบุคลิกภาพไม่เชื่อมโยงกับตัวเอง และปมบาดแผลในวัยเด็ก
2. ลดความคิดฟุ้งซ่านและการโทษตัวเอง
ช่วยแยกแยะสาเหตุของปัญหาได้อย่างชัดเจน ตัดความคิดลบที่ไม่จำเป็นออกไป
3. ให้ผลลัพธ์ที่ไวกว่า Talk Therapy
เข้าถึงต้นตอของกระบวนการทางความคิดในสมองส่วนลึก จึงเยียวยาได้ตรงจุดและรวดเร็วกว่าการพูดคุยทั่วไป
4. เพิ่ม Self-Esteem และความเชื่อมั่นในตัวเอง
ปรับสมดุลความคิดลบให้กลายเป็นทัศนคติเชิงบวก รู้สึกมีพลังและเห็นคุณค่าในตนเอง
5. ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดที่สะเทือนใจ
เป็นการทำงานกับสมองภายใน จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ไม่สะดวกเล่าเหตุการณ์เจ็บปวดออกมาเป็นคำพูด
6. ผ่านการรับรองระดับสากลโดย WHO
ได้รับการยอมรับทางการแพทย์และสมาคมจิตวิทยาทั่วโลก มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ

️ ขั้นตอน Stabilization: หัวใจสำคัญของความปลอดภัย
การทำจิตบำบัด EMDR กับผู้เชี่ยวชาญจะเริ่มต้นด้วยการสร้างความมั่นคงทางจิตใจ (Stabilization) เพื่อให้คุณมีเครื่องมือรับมืออารมณ์ได้อย่างปลอดภัย การรักษาควรทำอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของนักจิตวิทยาที่ผ่านการรับรองโดยตรง
ปรึกษาความพร้อมในการทำ EMDR Therapy ปลอดภัย ตรงจุด
ก้าวผ่านปมบาดแผลทางใจโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา
นัดหมายปรึกษา Line: bettermind.thคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความปลอดภัยของ EMDR (FAQ)
Q: EMDR มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายร้ายแรงหรือไม่?
A: ไม่มีอันตรายร้ายแรงครับ อาจมีเพียงความรู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์หรือฝันชัดเจนขึ้นในระยะแรกเนื่องจากสมองกำลังประมวลผลความทรงจำใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ
Q: ทำไม EMDR ถึงปลอดภัยกว่าการสะกดจิต (Hypnosis)?
A: เพราะ EMDR ผู้รับบริการจะรู้ตัวและมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ตลอดเวลา ต่างจากการสะกดจิตที่มีภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงในผู้ป่วยบางกลุ่มครับ
Q: ถ้ายังไม่พร้อมเล่าเรื่องราวในอดีต สามารถทำ EMDR ได้ไหม?
A: ทำได้ครับ EMDR เน้นการทำงานกับกระบวนการทางสมอง ผู้รับบริการไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดที่เจ็บปวดออกมาเป็นคำพูดทั้งหมดครับ