สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำ "บำบัดชีวิตคู่" (Couples Therapy) & 4 สัญญาณเตือนรอยร้าวที่ไม่ควรมองข้าม

2509 Views  | 

สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำ "บำบัดชีวิตคู่" (Couples Therapy) & 4 สัญญาณเตือนรอยร้าวที่ไม่ควรมองข้าม

Couples Therapy & Relationship

อะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ "บำบัดชีวิตคู่" (Couples Therapy)?

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา - นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านชีวิตคู่
ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Marid Kaewchinda, Ph.D.)
นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านชีวิตคู่
นักจิตบำบัด EMDR & Brainspotting Psychotherapy Practitioner

เมื่อความสัมพันธ์ในชีวิตคู่เริ่มสั่นคลอน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำ "การบำบัดชีวิตคู่" (Couples Therapy) เป็นหนึ่งในทางออกที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้มีเป้าหมายที่แตกต่างจากการปรึกษาจิตวิทยาแบบรายบุคคล (Individual Therapy) อย่างสิ้นเชิง

ในการปรึกษารายบุคคล จุดมุ่งหมายคือการเยียวยาปมในใจของคนๆ เดียว แต่การบำบัดชีวิตคู่คือการ "ปรับสมดุลความสัมพันธ์" โดยนักจิตวิทยาจะวางตัวเป็นกลาง เพื่อช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมองเห็นปัญหาร่วมกันอย่างแท้จริง

ความต่างระหว่างจิตบำบัดรายบุคคลและการบำบัดชีวิตคู่

4 สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ ก่อนเข้ารับการบำบัดชีวิตคู่

1. ผู้เชี่ยวชาญเป็นเพียง "ผู้ชี้แนะ" ชั่วคราว

นักจิตวิทยาไม่ได้อยู่แก้ไขปัญหาให้คุณไปตลอดชีวิต แต่ทำหน้าที่แนะนำเทคนิค และฝึกทักษะการรักษาสมดุลความสัมพันธ์ เพื่อให้นำไปปรับใช้ได้เองอย่างยั่งยืน

2. ความจริงใจและความซื่อสัตย์คือหัวใจสำคัญ

การบำบัดจะสำเร็จได้ ข้อมูลที่นำมาพูดคุยต้องเป็นความจริง หากมีการปิดบัง หรือบิดเบือน จะทำให้กระบวนการปรับความเข้าใจหลุดโฟกัสและไม่ได้ผลเท่าที่ควร

3. ต้องได้รับความร่วมมือจาก "ทั้งสองฝ่าย"

หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิเสธ ไม่เปิดใจ หรือไม่ยอมลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนอกห้องบำบัด การบำบัดชีวิตคู่ก็ยากที่จะบรรลุผลสำเร็จ

4. ต้องใช้เวลาและความอดทนในการฝึกฝน

การเยียวยารอยร้าวที่สะสมมานานต้องใช้อดทน คุณทั้งคู่ต้องนำทักษะการสื่อสารที่เรียนรู้ กลับไปปฏิบัติตามในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ

รู้หรือไม่?

ผลการศึกษาระบุว่า คู่รักที่ตัดสินใจเข้ารับการบำบัดชีวิตคู่กับผู้เชี่ยวชาญ สามารถรักษาความสัมพันธ์และกลับมาเข้าใจกันได้มากกว่า 70% เมื่อเทียบกับคู่ที่ปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังโดยไม่ได้รับการแก้ไข

สัญญาณเตือนปัญหาชีวิตคู่และครอบครัว

4 สัญญาณเตือน! ถึงเวลาที่คุณและคู่รักควรพบผู้เชี่ยวชาญ

1. ทะเลาะกันเรื่องเดิมวนลูปไม่จบสิ้น

โต้เถียงกันด้วยเรื่องเดิมๆ จนความหวานลดลง หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะตึงเครียดในครอบครัว หรือการมองหาคนใหม่เพื่อทดแทนความสุขที่หายไป

2. สื่อสารกันไม่เข้าใจ "คุยกันคนละเรื่อง"

สื่อสารความต้องการไม่ออก หรืออีกฝ่ายไม่เข้าใจความคาดหวัง นำไปสู่ความเหินห่าง ซึ่งกระทบต่อสัมพันธภาพของคนในครอบครัว

3. ลูกเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือสร้างปัญหา

บรรยากาศความขัดแย้งส่งผลต่อจิตใจของลูกโดยตรง แสดงออกผ่านพฤติกรรม เช่น ผลการเรียนตก, อารมณ์ฉุนเฉียว, หรือมีปัญหากับเพื่อน

4. เกิดการนอกใจ (Infidelity) และปัญหามือที่สาม

การนอกใจทำลายความไว้ใจอย่างรุนแรง แต่ผลการสำรวจพบว่ากว่า 60% ของคู่ที่ผ่านปัญหามือที่สาม สามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์กลับมาดีขึ้นได้ หากทั้งคู่ยินดีเข้ารับการบำบัด

การซ่อมแซมความสัมพันธ์คู่รักหลังการนอกใจ

การบำบัดชีวิตคู่แม้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นวิถีทางที่ช่วยฟื้นคืนความรัก ความเชื่อใจ และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้คู่ของคุณกลับมาเชื่อมโยงกันได้อีกครั้ง

เริ่มต้นซ่อมแซมความสัมพันธ์ชีวิตคู่ของคุณวันนี้

ปรึกษาและทำบำบัดชีวิตคู่กับ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการปรึกษา ได้ทั้งรูปแบบส่วนตัว (In-person) และออนไลน์ (Online)

นัดหมายปรึกษา Line: bettermind.th

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบำบัดชีวิตคู่ (FAQ)

Q: การทำบำบัดชีวิตคู่ใช้เวลานานเท่าไหร่?

A: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหาและความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 6 - 12 ครั้งเพื่อเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

Q: ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมมาทำบำบัดชีวิตคู่ ควรทำอย่างไร?

A: คุณสามารถเริ่มด้วยการเข้ารับการปรึกษารายบุคคลก่อนได้ เพื่อเรียนรู้วิธีการจัดการอารมณ์และปรับเปลี่ยนทักษะการสื่อสาร ซึ่งสามารถส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายได้เช่นกัน

Q: นักจิตวิทยาจะตัดสินไหมว่าใครเป็นคนผิด?

A: นักจิตวิทยาจะไม่ตัดสินหรือชี้ผิดถูก แต่จะทำหน้าที่เป็นกลาง ช่วยชี้ให้เห็นรูปแบบปัญหาและหาวิธีการแก้ไขร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของทั้งสองฝ่าย

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้