2667 Views |
ความเครียดไม่ได้แย่เสมอไป เรียนรู้การแยกแยะ รับมือ และเยียวยาจิตใจก่อนส่งผลเสียต่อร่างกายระยะยาว

ความเครียดเป็นกลไกธรรมชาติในการปกป้องและเอาตัวรอดของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม เราสามารถแบ่งความเครียดออกเป็น 2 ประเภทหลักที่มีผลต่อร่างกายต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

เป็นความเครียดระยะสั้นที่กระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง Adrenaline และ Cortisol ในระดับพอเหมาะ ทำให้เกิดความรู้สึกท้าทาย ตื่นเต้น มีพลัง เช่น การเตรียมตัวสอบ แต่งงาน ซื้อบ้าน หรือเริ่มงานใหม่ โดยไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย
เป็นความเครียดที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลสูง วนเวียนในความคิด หาทางออกไม่ได้ หากเกิดสะสมนานจะกลายเป็นความเครียดเรื้อรังที่ทำลายระบบประสาท ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพจิตใจ



A: เมื่อเริ่มมีอาการทางกาย เช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง นอนไม่หลับ แน่นหน้าอก และทางจิตใจเริ่มไม่มีสมาธิ วิตกกังวลวนเวียนจนกระทบการทำงานและชีวิตประจำวัน
A: นักจิตวิทยาใช้เทคนิคบำบัดทางจิตวิทยาเฉพาะทาง รับฟังอย่างเป็นกลาง ไม่ตัดสิน และช่วยค้นหาต้นตอปัญหาในระดับสมองและอารมณ์เพื่อการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
A: การทำบำบัดด้วย EMDR หรือ Brainspotting Therapy ช่วยเข้าถึงสมองส่วนลึกเพื่อคลายปมปะทุความเครียดค้างคาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว
ความเครียดสะสมที่เป็นพิษหากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพกายและใจ อย่ารอให้ร่างกายเจ็บป่วยรุนแรง หากรู้สึกว่าไม่สามารถจัดการความเครียดได้ด้วยตนเอง การเข้าพบนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่จะช่วยฟื้นฟูสุขภาวะของคุณให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

บริการจิตบำบัดและรับคำปรึกษาปัญหาความเครียด โดย ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา