
Marid Kaewchinda, Ph.D. (ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา)
นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
EMDR & Brainspotting Psychotherapy Practitioner
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- Brainspotting คืออะไร: นวัตกรรมจิตบำบัดใหม่ที่ผสานระหว่าง EMDR และการทำงานของสมองส่วนใน ผ่านการโฟกัสตำแหน่งสายตา
- อาการที่รักษาได้: ช่วยบำบัด PTSD, ปมวัยเด็ก, โรคซึมเศร้า, วิตกกังวล และปัญหาการควบคุมอารมณ์
- การเตรียมตัว: ควรพักผ่อนให้เพียงพอ มีวินัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด
1. Brainspotting Therapy คืออะไร?
ความเจ็บป่วยทางใจมักส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว และเมื่อไม่นานมานี้ Brainspotting Therapy ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในทางการรักษาโรคหรืออาการทางจิตเวชที่บกพร่องต่างๆ
วิธีนี้ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในด้านการบำบัดจิตใจ เป็นการผสมผสานระหว่างจิตบำบัด EMDR และการทำงานของสมองส่วนใน โดยใช้หลักการโฟกัสไปที่ตำแหน่งสายตาของผู้รับบริการเมื่อเปิดประเด็นปัญหา เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองด้านอารมณ์ ความทรงจำ และประสาทสัมผัสทางกาย เมื่อสมองสงบลง จะเกิดความสามารถในการฟื้นฟูและเอาชนะความทรงจำอันเลวร้าย รุนแรง ภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวลได้

Credit picture: Brain_Regions from BioSerendipity Subcortical Brain
2. Brainspotting Therapy ช่วยรักษาอาการอะไรบ้าง?
จากผลวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น พบว่า Brainspotting Therapy สามารถช่วยเหลือและบรรเทาอาการต่างๆ ได้ดังนี้:
- PTSD: ปมบาดแผลทางใจที่ซับซ้อน
- Attachment Issues: โรคโหยหาความสัมพันธ์ หรือโรคขาดความอบอุ่นที่มีปมมาจากวัยเด็ก
- Dissociative Disorders: โรคตัดขาดชีวิตความเป็นจริง
- Emotion Regulation Problems and Mood Swings: โรคการควบคุมอารมณ์บกพร่อง รวมทั้งอารมณ์โกรธและอารมณ์แปรปรวน
- Depression & Sadness: โรคซึมเศร้ารุนแรง
- Anxiety Disorders or Phobias: โรควิตกกังวล ตื่นตระหนก และหวาดกลัวบางอย่าง
- Substance Use Disorders or Addictions: โรคเสพติดสิ่งต่างๆ

Credit picture: Mindfit counseling
3. การเตรียมตัวและการปฏิบัติตัวในการรักษา
การทำจิตบำบัด Brainspotting ควรได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะ สำหรับแนวทางปฏิบัติมีดังนี้:
- การเตรียมความพร้อม: เมื่อนัดหมายแล้วควรมีวินัย ทุ่มเทแรงกายและเวลา พร้อมตั้งใจจริงในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง
- ก่อนรับการบำบัด 1 วัน: ควรนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่และมีเวลาผ่อนคลาย
- วันเข้ารับบริการ: ไปด้วยความสบายใจและผ่อนคลายตามเวลานัดหมาย
- หลังจบบำบัด (Session): มักจะรู้สึกกระหายน้ำมาก ควรเตรียมน้ำดื่มติดตัวไว้ และควรหาเวลาเดินเล่นผ่อนคลาย
- ข้อควรทราบ: การทำงานของสมองหลังจบบำบัดยังคงดำเนินต่อไป หากเกิดความรู้สึกหรืออาการทางร่างกายที่แตกต่างกันในแต่ละคน ไม่ต้องตกใจเพราะเป็นกระบวนการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ และควรแจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญทราบในนัดหมายครั้งถัดไป
4. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: Brainspotting Therapy แตกต่างจาก EMDR อย่างไร?
A: Brainspotting เป็นเทคนิคขั้นสูงที่พัฒนาต่อยอดมาจาก EMDR โดยเน้นการใช้จุดโฟกัสสายตา (Brainspot) เพื่อเข้าถึงและประมวลผลความทรงจำในสมองส่วนลึกได้อย่างรวดเร็วและทรงพลังยิ่งขึ้น
Q2: ต้องเข้ารับการบำบัดกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
A: ระยะเวลาในการรักษาจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปมปัญหาและระดับการตอบสนองของสมอง โดยผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วางแผนให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล
สนใจรับการบำบัดด้วย Brainspotting Therapy หรือปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต?
ปรึกษาและวางแผนการรักษาร่วมกับนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา ได้อย่างปลอดภัย