ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D.)
นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
EMDR Psychotherapy & Brainspotting Specialist
สรุปกลไกสำคัญของ EMDR Therapy (Key Takeaways) ปรับการทำงานของ Amygdala: ช่วยให้เซลล์สมองส่วนควบคุมอารมณ์แข็งแรงขึ้น ไม่ถูกกระตุ้นต่อสิ่งเร้าได้ง่ายปลดล็อกความทรงจำแช่แข็ง: ช่วย Reprocess จัดเก็บความทรงจำเลวร้ายใหม่ และผนวกมุมมองเชิงบวกเข้าไปแทนที่รักษาได้ตรงจุด: ได้รับการยอมรับในการรักษา PTSD, ซึมเศร้า, แพนิค, ไบโพลาร์ และอาการหวาดกลัวอย่างมีประสิทธิภาพสารบัญเนื้อหา
1. EMDR Therapy ทำงานอย่างไรกับสมองและระบบประสาท? จิตบำบัด EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing) เป็นเทคนิคจิตบำบัดเชิงประสาทวิทยาที่ทำงานตรงจุดกับสมองและระบบความทรงจำ โดยมีข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์รองรับดังนี้:
เสริมความแข็งแรงให้ Amygdala: ช่วยให้เซลล์สมองส่วนควบคุมอารมณ์ทนทานต่อสิ่งเร้า ไม่ไวต่อการถูกกระตุ้นจากสิ่งสะเทือนใจเชื่อมต่อระบบความทรงจำใหม่: เปลี่ยนการเชื่อมต่อของเซลล์สมองที่เคยส่งผลต่อความเครียด ให้เป็นการเชื่อมต่อกับความทรงจำเชิงบวกปลดล็อกความทรงจำแช่แข็ง: จัดการกับเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีตที่ถูกขังไว้ในระบบประสาท และผนวกความรู้สึกปลอดภัยเข้าไปแทนที่บรรเทาอาการทางจิตและกาย: ช่วยให้ผู้ป่วยโรคเครียดรุนแรง (PTSD), ซึมเศร้า, ไบโพลาร์, บอร์เดอร์ไลน์, แพนิค (Panic Attack) และอาการหวาดกลัว มีอาการดีขึ้นตามลำดับ2. กระบวนการบำบัด 8 เฟส และระยะเวลาการรักษา การทำจิตบำบัดอีเอ็มดีอาร์ มีโครงสร้างมาตรฐานทั้งหมด 8 เฟส (8 Phases of EMDR Therapy) ซึ่งแต่ละบุคคลจะใช้เวลาในแต่ละขั้นตอนแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผลทางใจ:
การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญ: ผู้บำบัดต้องหมั่นฝึกฝนเทคนิคผ่อนคลายที่นักจิตวิทยาแนะนำ เพื่อเตรียมระบบประสาทให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่ขั้นตอนเชื่อมต่อความทรงจำกระบวนการ Reprocessing: หลังทำจิตบำบัด สมองจะทำการประมวลผลใหม่ ทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายถูกจัดเก็บอย่างถูกต้อง และไม่สามารถกลับมารบกวนจิตใจได้ง่ายอีกจำนวนครั้งในการรักษา: กระบวนการ Reprocess มักใช้เวลาประมาณ 312 เซสชัน (Sessions) ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหาในแต่ละบุคคล3. ภาพเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของสมองก่อน-หลังทำ EMDR ผลลัพธ์ของการทำ EMDR Therapy สามารถพิสูจน์ได้ผ่านภาพสแกนสมอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการลดลงของสภาวะความเครียดรุนแรงอย่างชัดเจน:
ภาพเปรียบเทียบแสดงการลดลงของพื้นที่สีแดง (สภาวะ PTSD / ความเครียดรุนแรงในสมอง) ก่อนและหลังได้รับจิตบำบัด EMDR (Credit: Shoreline Recovery Center)
ข้อแนะนำสำคัญ: หากรู้สึกว่า EMDR ยังไม่ได้ผล ควรสำรวจว่าตนเองได้ฝึกฝนเทคนิคปรับระบบประสาทตามที่นักจิตวิทยาแนะนำเพียงพอหรือยัง เพราะการเตรียมพร้อมของระบบประสาทคือหัวใจสำคัญก่อนเริ่มประมวลผลความทรงจำ
4. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EMDR Therapy (FAQ) Q: EMDR Therapy แตกต่างจากการพูดคุยจิตบำบัดทั่วไปอย่างไร? A: การพูดคุยทั่วไปเน้นการตรรกะและการเข้าใจตนเอง แต่ EMDR จะทำงานตรงกับระบบประสาทและสมองส่วน Amygdala ช่วยลดปฏิกิริยาตอบสนองทางอารมณ์และร่างกายต่อบาดแผลทางใจได้อย่างรวดเร็วกว่าครับ
Q: ทำไมบางคนถึงใช้เวลาทำ EMDR มากกว่า 12 เซสชัน? A: ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของบาดแผลทางใจ (Complex PTSD) หากมีเหตุการณ์สะเทือนใจซ้ำซ้อนตั้งแต่เด็ก นักจิตวิทยาจะใช้เวลาในเฟสเตรียมความพร้อมนานขึ้น เพื่อความปลอดภัยของผู้รับการบำบัดครับ
บทสรุปจากนักจิตบำบัด EMDR Therapy เป็นกระบวนการเยียวยาที่ตรงจุด ช่วยเปลี่ยนการจัดเก็บความทรงจำเลวร้ายให้กลายเป็นความทรงจำที่ไม่สามารถทำร้ายจิตใจเราได้อีกต่อไป การรับการบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะช่วยให้คุณก้าวข้ามบาดแผลในอดีตได้อย่างปลอดภัย
นัดหมายทำจิตบำบัด EMDR กับ Better Mind Thailand ฟื้นฟูบาดแผลทางใจ ปลดล็อกความทรงจำเลวร้าย โดยนักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา
อ้างอิงข้อมูล: Dr. Arielle Schwartz, Michael G. Quirke, EMDR Healing & Austin Therapy EMDR