12935 Views |
เจาะลึกอาการตื่นตระหนกเฉียบพลันและโรควิตกกังวล พร้อมแนวทางรักษาที่ได้ผลโดยผู้เชี่ยวชาญ
นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และนักจิตบำบัด (EMDR Certified Supervisor & Brainspotting Psychotherapist)
หลายคนเคยมีอาการใจสั่น หายใจไม่ทัน รู้สึกเหมือนจะตายโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้อาจเป็น Panic Attack (อาการตื่นตระหนกเฉียบพลัน) ซึ่งมักมีความเชื่อมโยงกับ Anxiety Disorders (โรควิตกกังวล) การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างภาวะทั้งสองจะช่วยให้คุณสามารถดูแลสุขภาพจิตและเข้ารับการบำบัดได้อย่างถูกต้อง
วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความกดดันรอบตัว ทั้งปัญหาการเรียน เพื่อน ครอบครัว หรือความคาดหวัง หากวัยรุ่นมีพื้นฐานทางจิตใจที่ไม่แข็งแรง อาจเสี่ยงต่อภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือแสดงพฤติกรรมต่อต้าน หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม และในรายที่รุนแรงอาจนำไปสู่ความคิดทำร้ายตัวเอง
สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำ: รับฟังลูกด้วยความตั้งใจ ให้เกียรติโดยไม่วิจารณ์ และหากพบว่าอาการกังวลหรือตื่นตระหนกดำเนินติดต่อกันนานเกิน 6 เดือนจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ
สมาคมจิตวิทยาและจิตแพทย์ยืนยันว่าโรคแพนิคและโรควิตกกังวลสามารถรักษาให้หายขาดหรือควบคุมได้ด้วยวิธีมาตรฐานสากล:
A: ไม่อันตรายถึงชีวิตโดยตรง แต่สร้างความตื่นกลัวและความเครียดอย่างรุนแรง หากเกิดซ้ำๆ ควรพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัย
A: สามารถรักษาและควบคุมอาการให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอย่างถาวรด้วยจิตบำบัด เช่น Brainspotting, CBT และ EMDR
A: หากมีความวิตกกังวลหรือตื่นตระหนกจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ต่อเนื่องเกิน 6 เดือน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเพื่อรับการบำบัดที่เหมาะสม
หากคุณกำลังเผชิญกับโรคแพนิค โรควิตกกังวล หรือปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา และทีมงาน Better Mind พร้อมให้คำปรึกษาด้วยมาตรฐานสากล
นัดหมายปรึกษานักจิตวิทยาอ้างอิง: