4841 Views |

Resilience (การฟื้นคืนสภาพจิตใจ) คือ ความสามารถและประสิทธิภาพของเด็กที่จะฟื้นคืนสภาวะจิตใจให้เป็นเหมือนปกติ และแสดงออกถึงการปรับตัวกับเหตุการณ์อันเลวร้ายได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลทางใจ เช่น การสูญเสียคนรัก การถูกกลั่นแกล้ง (Bully) หรือภัยพิบัติร้ายแรง และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ
หากเด็กไม่สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์เหล่านั้นไปได้ ขอให้คุณแม่คุณพ่อเข้าใจว่านั่นไม่ใช่ความผิดของเด็ก และไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอแใดๆ
แต่เป็นเพราะเหตุการณ์นั้นสร้างความเจ็บปวดให้เขาเกินกว่าที่เขาจะหาทางออกอย่างเข้มแข็งได้ตามลำพัง โดยธรรมชาติเด็กจะพยายามปรับตัวเพื่อฟื้นคืนสภาพจิตใจ แต่ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงที่เด็กประสบพบเจอ ครอบครัวหรือผู้เชี่ยวชาญจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือ
บาดแผลทางใจในเด็กอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งปัจจัยรอบตัวและปัจจัยทางสังคม:
สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างให้เกิดบาดแผลทางใจ เกิดความรู้สึกเศร้า สลด หดหู่ รบกวนจิตใจ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงพัฒนาการตามวัยและการเจริญเติบโตของเด็กในระยะยาว

เด็กแต่ละช่วงวัยมีวิธีแสดงออกถึงความเครียดและบาดแผลทางจิตใจ (Trauma) ที่แตกต่างกัน พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้เพื่อรีบให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที:
| ช่วงวัยของเด็ก | พฤติกรรม/สัญญาณเตือนที่เด่นชัด | สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ |
|---|---|---|
| กลุ่มเด็กเล็ก (0 - 5 ปี) | พฤติกรรมถดถอยกลับไปเป็นเด็กกว่าวัย เช่น ปัสสาวะรดที่นอน, ดูดนิ้ว, ร้องไห้โยเยโดยไม่มีสาเหตุ หรือฝันร้ายบ่อยๆ | ติดพ่อแม่แจไม่ยอมห่าง, กลัวสิ่งแวดล้อมและเสียงดังง่ายขึ้น |
| กลุ่มเด็กประถม (6 - 12 ปี) | มีอาการทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น ปวดท้องหรือปวดหัวบ่อยๆ, สมาธิสั้นลงอย่างกะทันหัน | ผลการเรียนตกลง, แยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน ไม่ทำกิจกรรมที่ชอบ |
| กลุ่มวัยรุ่น (13 - 18 ปี) | มีอารมณ์แปรปรวนรุนแรง ก้าวร้าว ซึมเศร้า หรือวิตกกังวลสูง, แสดงความรู้สึกสิ้นหวัง หรือโทษตัวเองบ่อยครั้ง | ปลีกตัวจากครอบครัวโดยสิ้นเชิง, พฤติกรรมเสี่ยงหรือหันไปเสพสารเสพติด |

หากเด็กที่เผชิญเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ไม่ได้รับการบำบัดหรือฟื้นฟูอย่างถูกวิธี บาดแผลทางใจนั้นอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาเรื้อรังเมื่อเติบโตขึ้น:
ครอบครัวและสังคมรอบข้างสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยให้เด็กกลับมาเข้มแข็งและกลับสู่ภาวะปกติได้ ผ่านปัจจัยหลัก 5 ประการดังนี้:
1. ความรักและความปลอดภัยในบ้าน: สัมพันธภาพในครอบครัวต้องเข้มแข็ง ทุกคนสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง สัมพันธภาพที่อบอุ่นและรับฟังโดยไม่ตัดสินจะช่วยสร้างความมั่นใจให้เด็ก
2. สร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง (Self-Esteem): ทำให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเอง ชื่นชมในความพยายามหรือการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย เพื่อให้เขารู้ว่าชีวิตมีความหมายและมีเป้าหมาย
3. ฝึกทักษะการแก้ปัญหาและการปรับตัว (Problem-Solving Skills): ชี้แนะแนวทางและชวนลูกคิดวิธีรับมือกับปัญหาที่หลากหลาย เพิ่มทักษะการปรับตัวเพื่อให้เขารับมือได้ในทุกสถานการณ์
4. สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยที่โรงเรียนและชุมชน: สร้างบรรยากาศให้เด็กรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง โดยมีครูที่ปรึกษา ครูนักจิตวิทยา หรือบุคลากรในโรงเรียนที่เป็นมิตรและพร้อมช่วยเหลือ
5. สร้างแรงบันดาลใจผ่านกิจกรรม: ส่งเสริมทักษะด้านกีฬา ศิลปะ ดนตรี หรือการเรียน เพื่อพัฒนาพรสวรรค์ ช่วยให้เด็กได้ระบายอารมณ์และสร้างความสำเร็จในอนาคต
ในกรณีที่บาดแผลทางใจของเด็กมีความรุนแรงเกินกว่าที่ครอบครัวจะเยียวยาเองได้ การเข้าพบนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นเพื่อทำจิตบำบัดเฉพาะทางถือเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งที่ Better Mind Thailand เรามีนวัตกรรมการบำบัดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล:
เด็กทุกคนที่เจอเรื่องร้ายแรงจำเป็นต้องพบนักจิตวิทยาไหม?
การทำจิตบำบัดแบบ EMDR ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กไหม?
พ่อแม่จะช่วยเสริมสร้าง Resilience ให้ลูกได้อย่างไรในชีวิตประจำวัน?
อย่าปล่อยให้อาการบาดแผลทางใจทำร้ายพัฒนาการของเขาในระยะยาว Better Mind Thailand พร้อมดูแลบุตรหลานของคุณด้วยความเข้าใจและเป็นส่วนตัว โดยทีมงานนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นผู้เชี่ยวชาญ
เรามีบริการทั้งในแบบ On-site ที่คลินิกที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ปลอดภัย และบริการรูปแบบ Online Psychotherapy
The National Child Traumatic Stress Network (NCTSN) - https://www.nctsn.org/