การฟื้นคืนสภาพจิตใจในเด็ก (Resilience): วิธีเยียวยาแผลใจลูก

4841 Views  | 

การฟื้นคืนสภาพจิตใจในเด็ก (Resilience): วิธีเยียวยาแผลใจลูก

การฟื้นคืนสภาพจิตใจในเด็ก (Resilience): วิธีเยียวยาแผลใจลูก และการบำบัดที่ถูกต้อง

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D.) นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ | EMDR Psychotherapy Supervisor and Brainspotting Psychotherapy Practitioner
 

Resilience คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อเด็กที่เผชิญบาดแผลทางใจ (Child Traumatic Stress)

Resilience (การฟื้นคืนสภาพจิตใจ) คือ ความสามารถและประสิทธิภาพของเด็กที่จะฟื้นคืนสภาวะจิตใจให้เป็นเหมือนปกติ และแสดงออกถึงการปรับตัวกับเหตุการณ์อันเลวร้ายได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลทางใจ เช่น การสูญเสียคนรัก การถูกกลั่นแกล้ง (Bully) หรือภัยพิบัติร้ายแรง และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ

หากเด็กไม่สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์เหล่านั้นไปได้ ขอให้คุณแม่คุณพ่อเข้าใจว่านั่นไม่ใช่ความผิดของเด็ก และไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอแใดๆ

แต่เป็นเพราะเหตุการณ์นั้นสร้างความเจ็บปวดให้เขาเกินกว่าที่เขาจะหาทางออกอย่างเข้มแข็งได้ตามลำพัง โดยธรรมชาติเด็กจะพยายามปรับตัวเพื่อฟื้นคืนสภาพจิตใจ แต่ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงที่เด็กประสบพบเจอ ครอบครัวหรือผู้เชี่ยวชาญจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือ

เหตุการณ์แบบไหนที่สร้างบาดแผลทางใจ (Trauma) ในเด็กได้บ้าง?

บาดแผลทางใจในเด็กอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งปัจจัยรอบตัวและปัจจัยทางสังคม:

  • การถูกทำร้าย: การถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือการถูกทำร้ายร่างกาย
  • สภาพแวดล้อมรุนแรง: การเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์รุนแรงต่อสมาชิกครอบครัว หรือความรุนแรงในชุมชน
  • ภัยพิบัติ: การประสบเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • ความยากลำบากในชีวิต: การอยู่ในความยากจน การถูกเหยียดชนชั้น การแบ่งแยก หรือสังคมที่เสี่ยงต่ออาชญากรรม
  • ปัญหาสุขภาพ: ปัญหาจากความพร้อมด้านร่างกายของเด็กเอง เช่น เจ็บป่วยไม่แข็งแรง

สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างให้เกิดบาดแผลทางใจ เกิดความรู้สึกเศร้า สลด หดหู่ รบกวนจิตใจ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงพัฒนาการตามวัยและการเจริญเติบโตของเด็กในระยะยาว

สัญญาณเตือน "แผลใจในเด็ก" (Childhood Trauma) ที่พ่อแม่ต้องสังเกต

เด็กแต่ละช่วงวัยมีวิธีแสดงออกถึงความเครียดและบาดแผลทางจิตใจ (Trauma) ที่แตกต่างกัน พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้เพื่อรีบให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที:

ช่วงวัยของเด็กพฤติกรรม/สัญญาณเตือนที่เด่นชัดสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มเด็กเล็ก (0 - 5 ปี)พฤติกรรมถดถอยกลับไปเป็นเด็กกว่าวัย เช่น ปัสสาวะรดที่นอน, ดูดนิ้ว, ร้องไห้โยเยโดยไม่มีสาเหตุ หรือฝันร้ายบ่อยๆติดพ่อแม่แจไม่ยอมห่าง, กลัวสิ่งแวดล้อมและเสียงดังง่ายขึ้น
กลุ่มเด็กประถม (6 - 12 ปี)มีอาการทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น ปวดท้องหรือปวดหัวบ่อยๆ, สมาธิสั้นลงอย่างกะทันหันผลการเรียนตกลง, แยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน ไม่ทำกิจกรรมที่ชอบ
กลุ่มวัยรุ่น (13 - 18 ปี)มีอารมณ์แปรปรวนรุนแรง ก้าวร้าว ซึมเศร้า หรือวิตกกังวลสูง, แสดงความรู้สึกสิ้นหวัง หรือโทษตัวเองบ่อยครั้งปลีกตัวจากครอบครัวโดยสิ้นเชิง, พฤติกรรมเสี่ยงหรือหันไปเสพสารเสพติด

"วัฏจักรแผลใจลึก" หากเด็กไม่ได้รับฟื้นฟูสภาพจิตใจจะเกิดอะไรขึ้น?

หากเด็กที่เผชิญเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ไม่ได้รับการบำบัดหรือฟื้นฟูอย่างถูกวิธี บาดแผลทางใจนั้นอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาเรื้อรังเมื่อเติบโตขึ้น:

  1. โรค PTSD ในเด็ก (Post-Traumatic Stress Disorder): มีอาการเห็นภาพหลอน ย้อนคิดถึงเหตุการณ์ร้ายแรงตลอดเวลา นอนไม่หลับ และตื่นตระหนกง่าย
  2. ปัญหาบุคลิกภาพและการเข้าสังคมในตอนโต: กลายเป็นคนระแวง ขาดความมั่นใจในตนเอง หรือมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับผู้อื่น
  3. ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลเรื้อรัง: ส่งผลเสียต่อการเรียน การทำงาน และสุขภาวะโดยรวมในระยะยาวอันเนื่องมาจากบาดแผลที่ไม่ถูกจัดการ

5 ปัจจัยสร้าง Resilience ช่วยลูกฟื้นฟูพลังใจ

ครอบครัวและสังคมรอบข้างสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยให้เด็กกลับมาเข้มแข็งและกลับสู่ภาวะปกติได้ ผ่านปัจจัยหลัก 5 ประการดังนี้:

1. ความรักและความปลอดภัยในบ้าน: สัมพันธภาพในครอบครัวต้องเข้มแข็ง ทุกคนสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง สัมพันธภาพที่อบอุ่นและรับฟังโดยไม่ตัดสินจะช่วยสร้างความมั่นใจให้เด็ก

2. สร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง (Self-Esteem): ทำให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเอง ชื่นชมในความพยายามหรือการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย เพื่อให้เขารู้ว่าชีวิตมีความหมายและมีเป้าหมาย

3. ฝึกทักษะการแก้ปัญหาและการปรับตัว (Problem-Solving Skills): ชี้แนะแนวทางและชวนลูกคิดวิธีรับมือกับปัญหาที่หลากหลาย เพิ่มทักษะการปรับตัวเพื่อให้เขารับมือได้ในทุกสถานการณ์

4. สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยที่โรงเรียนและชุมชน: สร้างบรรยากาศให้เด็กรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง โดยมีครูที่ปรึกษา ครูนักจิตวิทยา หรือบุคลากรในโรงเรียนที่เป็นมิตรและพร้อมช่วยเหลือ

5. สร้างแรงบันดาลใจผ่านกิจกรรม: ส่งเสริมทักษะด้านกีฬา ศิลปะ ดนตรี หรือการเรียน เพื่อพัฒนาพรสวรรค์ ช่วยให้เด็กได้ระบายอารมณ์และสร้างความสำเร็จในอนาคต

การรักษาแผลใจในเด็กด้วยจิตบำบัดเฉพาะทาง

ในกรณีที่บาดแผลทางใจของเด็กมีความรุนแรงเกินกว่าที่ครอบครัวจะเยียวยาเองได้ การเข้าพบนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นเพื่อทำจิตบำบัดเฉพาะทางถือเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งที่ Better Mind Thailand เรามีนวัตกรรมการบำบัดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล:

  • จิตบำบัดแบบ EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing) ในเด็ก: เทคนิคการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งสองข้าง เพื่อช่วยให้สมองของเด็กทำการประมวลผลและลดความรุนแรงของความรู้สึกเจ็บปวดจากเหตุการณ์ร้ายแรงในอดีต ทำให้เด็กสามารถปล่อยวางแผลใจได้เร็วขึ้น
  • จิตบำบัดแบบ Brainspotting: การใช้ตำแหน่งสายตาในการเข้าถึงสมองส่วนลึกที่เป็นแหล่งสะสมของความเครียดและ Trauma ช่วยปลดล็อกบาดแผลทางใจที่เด็กอาจไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟื้นคืนสภาพจิตใจในเด็ก

เด็กทุกคนที่เจอเรื่องร้ายแรงจำเป็นต้องพบนักจิตวิทยาไหม?

ไม่จำเป็นทุกคนครับ เด็กบางคนมีพลัง Resilience ตามธรรมชาติสูงและได้รับแรงสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวทำให้ฟื้นตัวได้เอง แต่หากผ่านไป 2-4 สัปดาห์แล้วเด็กยังคงมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ฝันร้าย หรือแยกตัว แนะนำให้พามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญครับ

การทำจิตบำบัดแบบ EMDR ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กไหม?

ปลอดภัยมากครับ จิตบำบัดแบบ EMDR ในเด็กจะถูกปรับรูปแบบให้เข้ากับวัย เช่น การใช้ของเล่น การเคาะเบาๆ หรือการวาดภาพประกอบ ซึ่งได้รับการรับรองในระดับสากลว่าปลอดภัยและช่วยเยียวยาแผลใจเด็กได้อย่างรวดเร็ว

พ่อแม่จะช่วยเสริมสร้าง Resilience ให้ลูกได้อย่างไรในชีวิตประจำวัน?

เริ่มต้นง่ายๆ จากการสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" ในบ้าน รับฟังอารมณ์ของลูกโดยไม่รีบดุดันหรือตัดสิน และฝึกให้ลูกลองแก้ปัญหาเล็กๆ ด้วยตัวเองเพื่อสร้างความมั่นใจ (Self-Esteem) ครับ

เริ่มต้นฟื้นฟูรอยยิ้มและความแข็งแกร่งทางใจให้ลูกของคุณวันนี้

อย่าปล่อยให้อาการบาดแผลทางใจทำร้ายพัฒนาการของเขาในระยะยาว Better Mind Thailand พร้อมดูแลบุตรหลานของคุณด้วยความเข้าใจและเป็นส่วนตัว โดยทีมงานนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นผู้เชี่ยวชาญ

นัดหมายรับบริการปรึกษานักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น

เรามีบริการทั้งในแบบ On-site ที่คลินิกที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ปลอดภัย และบริการรูปแบบ Online Psychotherapy

Direct Hotline: 083-120-6556 (ติดต่อทีมประสานงานโดยตรง)
LINE ID: bettermind.th
ข้อมูลเพิ่มเติม: คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติม
อ้างอิงข้อมูลส่วนหนึ่งจากองค์กรสากล:

The National Child Traumatic Stress Network (NCTSN) - https://www.nctsn.org/

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้