มารู้จักกับไบโพล่ากันเถอะ

675 จำนวนผู้เข้าชม  | 

 มารู้จักกับไบโพล่ากันเถอะ

รู้จักโรคไบโพล่า

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา ( Ph.D.)

นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

 

ไบโพล่า เป็นอาการผิดปกติทางด้านจิตที่ทำให้อารมณ์เกิดแปรปรวน ส่งผลเสียต่อความคิด พลังงานร่างกาย พฤติกรรมการกิน การนอนหลับพักผ่อน และการใช้ชีวิต

คนที่มีอาการไบโพล่ามักจะมีภาวะทางอารมณ์ ขึ้น-ลงแบบสุดขั้ว เช่น เวลาอารมณ์ดีตื่นเต้น จะบ้าพลังสุดขีด หรือมกมุ่นกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ คนที่อยู่ในระยะนี้อาจได้ยินเสียงแว่วในหู หรือภาพลวงตาซึ่งไม่มีอยู่จริงระยะนี้รียกว่า mania หรือ hypomania

และในเวลาต่อมาอาจรู้สึกว่าอารมณ์อ่อนไหวเปราะบางมีภาวะซึมเศร้า สิ้นหวัง หมดหวัง เสียใจรุนแรงจนถึงขั้นอยากจะฆ่าตัวตาย ในช่วงนี้เรียกว่า depression ดังนั้นอาการของโรคนี้จะมีทั้งอารมณ์แปรปรวนทั้งดีใจ บ้าพลัง อย่างเห็นได้ชัดเจน สลับกับภาวะซึมเศร้า สิ้นหวังสุดสุด จึงถูกเรียกว่าโรคอารมณ์2ขั้ว


 

 

สาเหตุของไพโบล่า

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาวิจัยและเชื่อว่าโรคไบโพล่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุแค่ทางพันธุกรรมอย่างเดียวเท่านั้น แต่โรคนี้มีสาเหตุที่ซับซ้อนอย่างอื่นร่วมด้วย เช่นปัญหาด้านสภาพแวดล้อม สังคมที่เติบโตมา การเลี้ยงดูของคนในครอบครัวที่อาจส่งงผลกระทบต่อจิตใจ เหตุการณ์ที่กดดังถึงขั้นรุนแรงทำให้เกิดความเครียดจนส่งผลต่อเคมีความสมดุลของระบบประสาท และสมอง

เนื่องจากคนทีเป็นไบโพล่าจะเริ่มแสดงอาการเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ และไม่ค่อยพบโรคไบโพล่าในเด็กเล็ก ดังนั้นไบโพล่าอาจถูกพัฒนามากจากสาเหตุอื่นๆที่มากจากการถูกกระตุ้นความเครียดอย่างรุนแรง เช่น การสูญเสียคนที่รัก การติดสารเสพติด หรือติดสุราเรื้อรัง



ความแตกต่างของไบโพล่า และ โรคซึมเศร้า

การวิจัยที่ผิดพลาด ว่าไบโพล่าเป็นโรคซึมเศร้า อาจเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อการรักษาถึงขั้นร้ายแรงเพราะยา antidepressant ที่ใช้ในโรคซึมเศร้า ส่งผลข้างเคียงต่อสมองที่รุนแรง และการวินิจฉัยที่ผิดพลาดอาจทำให้การรักษาอาการของไบโพล่าแย่ลง การใช้ยาต้านซึมเศร้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่ใช่ยาที่ช่วยปรับอารมณ์ขึ้น-ลงให้คงที่หรือยาประเภท mood stabilizing จะส่งผลเสียต่อการรักษาเป็นอย่างยิ่ง

ไบโพล่าเป็นโรคที่มีความซับซ้อน ผลวิจัยจากสถาบัน DMDA 2006 ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า คนไข้ 69% ได้รับการวินิฉัยผิดพลาดจากจิตแพทย์ว่าเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งๆที่เป็นไบโพล่า และมากกว่า หนึ่งใน 3  ได้รับยาที่ไม่ตรงกับโรคเป็นมาเป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปี ส่งผลด้านการรักษาที่ไม่มีประสิทธธิภาพ และอาการได้ถูกพัฒนาจนอาจเป็นอันตรายมากขึ้น

จากการรายงานของสถาบัน Psychiatry MMC ได้ให้ข้อสังเกตุความแตกต่างระหว่างสองโรคนี้มีอยู่ 2 ปัจจัยหลักๆคือ โรคซึมเศร้าจะมีแค่ภาวะอารมณ์เดียวคือรู้สึก ท้อแท้ ซึมเศร้า สิ้นหวัง หรือที่เรียกว่า unipolar ไม่มีภาวะอารมณ์ที่มีสุข ตื่นเต้น บ้าพลังจนสุดขีด หรือที่เรียกว่า ภาวะ mania

แต่ไบโพล่ามีทั้งภาวะmaniaและภาวะ depression คือซึมเศร้าสลับกันไปอาการณ์มีพลัง อาการของไบโพล่าจะเป็นภาวะด้านอารมณ์ที่ไม่คงที่  อาการที่แสดงออก อาจเป็นได้คือ มีความคิดเพี้ยนว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ หรือมีอิทธิฤทธิ์ ไม่หลับไม่นอน พูดเรื่อยเปื่อย เพ้อเจ้อ ถูกรบกวนง่าย ไม่มีสมาธิ หรือหมกมุ่นในบางเรื่อง เช่น เรื่องเงิน เรื่องเพศ หรือยาเสพติด

ในขั้นที่อาการไบโพล่ารุนแรงจะส่งผลกระทบด้านสังคม หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ในบางรายที่ใช้สารเสพติด ติดเหล้า หรือมีปัจจัยอื่นที่เสี่ยงต่อการรบกวนระบบการทำงานของประสาทและสมองก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มความซับซ้อนต่อการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการไบโพล่า และก็อาจมีผลต่อการวินิฉัยที่ผิดพลาดเช่นกัน


อย่างไรก็ตามการรักษาไบโพล่าที่ได้ผลที่สุดคือการได้รับทั้งยา และการมาพบนักจิตวิทยา ข้อควรระวังสำหรับผู้มีอาการไบโพล่าคือไม่ควรใช้ยาเอง หรือปรับลดปริมาณยาเอง โดยไม่ผ่านเชี่ยวชาญหรือ จิตแพทย์ และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไม่เพิ่มความซับซ้อนหรือความเสี่ยงให้กับโรคด้วยการ ใช้สารเสพติดหรือพึ่งพิงสุราเมื่อมีปัญหาทุกข์ใจ เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง และไม่อาจวินิฉัยได้ว่าเป็นไบโพล่าที่เกิดจากการใช้สารเสพติดหรือมาจากปัจจัยอื่น



วิธีรักษา

ไบโพล่าหากไม่ได้รับการรักษาและปล่อยไว้อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายถึงขั้นฆ่าตัวตาย วิธีรักษาต้องทำ สองวิธีควบคู่กันทั้งการกินยาเพื่อปรับอารมณ์ให้คงที่เป็นปกติ และ ต้องอาศัยการบำบัดด้านจิต หรือ psychotherapy จากนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วยจึงจะได้ผล

การกินยาอย่างเดียวอาจไม่เห็นผลที่ก้าวหน้า และต้องเข้าใจว่า การรักษาไบโพล่าเป็นการรักษาที่ยาวนาน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามทั้ง ไบโพล่า และ โรคซึมเศร้าควรได้รับการปฎิบัติตนที่ถูกต้อง ในการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมบางอย่างที่มีผลต่อสุขภาพจิต และควรมีตารางกิจกรรมสม่ำเสมอทุกวัน ควรไปพบนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญและจิตแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ชีวิตกลับมาเป็นปกติ และค่อยๆถอยห่างจากการกินยา

อ้างอิง :

  1. Mayoclinic.org
  2. . psycom.net
  3. . Misdiagnosis of Bipolar Disorder
  4. https://www.bettermindthailand.com/
  5. https://www.facebook.com/BettermindThailand

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้