10717 Views |
ไขข้อสงสัยความต่างระหว่างสองผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต พร้อมแนวทางเลือกพบผู้เชี่ยวชาญให้ตรงกับอาการที่เป็นคุณ

นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และนักจิตบำบัด
EMDR Psychotherapy Supervisor and Brainspotting Psychotherapy Practitioner
หลายคนอาจสับสนระหว่างการทำงานของผู้เชี่ยวชาญสองวิชาชีพนี้ว่าทำงานต่างกันอย่างไร ในบทความนี้จึงขออธิบายคร่าวๆ เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการทำงานของนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ ซึ่งมีความสำคัญด้วยกันทั้งคู่ต่อการรักษาด้านจิตใจ
โดยปกติทั้งสองผู้เชี่ยวชาญนี้จะมีการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มารับบริการ ในการทำให้จิตใจของผู้ป่วยกลับมามีภาวะที่เป็นปกติและเข้มแข็งดังเดิมโดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์
ทั้งสองวิชาชีพต้องมีความรู้และความเข้าใจในระบบกลไกการทำงานของสมองและระบบประสาท เพื่อช่วยเหลือผู้มารับบริการให้กลับคืนสู่สมดุลและความสุขในการดำเนินชีวิต
ศึกษาลงลึกเกี่ยวกับการใช้ยาเป็นพื้นฐาน เน้นการสั่งจ่ายยา ปรับลดยา หรือเพิ่มปริมาณยาเพื่อให้เกิดสมดุลกับระดับเคมีในสมองที่ผิดปกติ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตเวชรุนแรงหรือมีความผิดปกติทางเคมีในสมอง
เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและทำจิตบำบัด เน้นการค้นหาปมปัญหาในอดีต ความเครียด วิตกกังวล ปัญหาความสัมพันธ์ หรือแผลใจ (Trauma) โดยไม่ใช้ยา แต่เน้นปรับสมดุลความคิด พฤติกรรม และสร้างเครื่องมือให้ผู้รับบริการรับมือกับปัญหาได้ด้วยตนเอง

*การทำงานของนักจิตวิทยาแตกต่างจาก "Life Coach" โดยสิ้นเชิง เนื่องจากอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และจรรยาบรรณวิชาชีพสากล
การตัดสินใจขึ้นอยู่กับสภาวะทางจิตใจและร่างกายในขณะนั้น สามารถประเมินเบื้องต้นได้ดังนี้:
มีอาการทางประสาทและสมองรุนแรง มีประวัติครอบครัวป่วยทางจิต มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน เห็นภาพหลอน (เช่น โรคจิตเภท หรือ Psychosis) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับยาปรับเคมีในสมองภายใต้การดูแลของแพทย์
เผชิญภาวะซึมเศร้า, วิตกกังวล, เครียดสะสม, ปัญหาชีวิตคู่, ปัญหาความสัมพันธ์, หรือบาดแผลทางใจในอดีต (Trauma) ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิต โดยต้องการบำบัดโดยธรรมชาติและฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งยา

A: ไม่ได้ นักจิตวิทยาไม่มีหน้าที่และไม่สามารถสั่งจ่ายยาได้ การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของจิตแพทย์เท่านั้น แต่นักจิตวิทยาต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับยาจิตเวชเพื่อร่วมประเมินอาการร่วมกับการทำจิตบำบัด
A: ไม่จำเป็น หากภาวะซึมเศร้าเกิดจากความเครียดหรือเหตุการณ์ในชีวิต การเข้ารับการทำจิตบำบัดกับนักจิตวิทยาควบคู่ไปกับการปรับความคิดจะช่วยให้ผู้ป่วยจัดการปัญหาได้เองโดยไม่ต้องพึ่งยาตลอดไป
A: เพียงเปิดใจและเตรียมเล่าเรื่องราวหรือความรู้สึกที่รบกวนจิตใจในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์และให้เครื่องมือในการรับมือได้อย่างตรงจุด
จิตใจก็เหมือนร่างกายที่สามารถเจ็บป่วยและอ่อนล้าได้ การตัดสินใจมาพบผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือความกล้าหาญที่จะดูแลตัวเอง หากคุณกำลังรู้สึกทุกข์ใจ อย่าปล่อยไว้ให้เรื้อรัง ให้เราได้ร่วมดูแลคุณ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับ Better Mind Thailandอ้างอิง: