GRIT บันไดสู่ความสำเร็จของชีวิต

700 จำนวนผู้เข้าชม  | 

GRIT บันไดสู่ความสำเร็จของชีวิต


ดร. มฤษฎ์ แก้วจินดา ( Ph.D.) 

นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

  ทุกคนอยากมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน การทำธุรกิจหรือเป้าหมายต่างๆที่เรามี และทุกคนก็รู้ว่าความสำเร็จไม่ใช่ของง่ายและต้องอาศัยปัจจัยมากมาย คนส่วนใหญ่จึงมุ่งเป้าไปที่ปัจจัยทางภายนอก เช่น การหาสูตรความสำเร็จต่างๆ หาโค๊ช กูรู มาเป็นที่ปรึกษาและคอยชี้แนะ หาเคล็ดลับ หรือตั้งเป้าหมายเป็นเงินทอง รางวัล ความมีชื่อเสียง เพื่อพลักดันให้ตัวเองไปถึงจุดหมายอย่างที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตามปัจจัยเหล่านั้นอาจไม่ได้การันตีถึงความสำเร็จในทุกๆคนเช่นกัน และไม่ใช่ว่ามีปัจจัยส่งเสริมด้านความสำเร็จที่ดีแล้วทุกคนจะสำเร็จเหมือนกัน หากขาดปัจจัยภายในตัวเราเองในการพัฒนาไปสู่สิ่งที่เราตั้งใจให้สำเร็จ ระหว่างทางกว่าที่จะไปถึงความสำเร็จที่รออยู่นั้น มีทั้งความล้มเหลว ผิดพลาด มีอุปสรรค์ เจอปัญหา เราเคยคิดไหมว่าจะจัดการหรือรับมือกับมันอย่างไร และต้องอาศัยปัจจัยอะไรอื่นอีกเข้ามาเสริมเพื่อให้เราเดินไปถึงความสำเร็จ


 


  ดร. แองเจลล่า ดักเวิร์ท นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย นักวิจัยและ ผู้เชี่ยวชาญด้าน GRIT  ให้คำนิยามไว้ดีมากว่า GRIT คือความปรารถนาอันแรงกล้า บวกกับความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในอนาคตโดยไม่คำนึงถึงการได้รับรางวัล หรือ ได้รับการยกย่องตอบแทน มันเป็นการผสมผสานระหว่าง ความบากบั่นไม่ย่อท้อ ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ได้ทุกครั้ง บวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำภาระกิจนั้นให้สำเร็จลุล่วงไปให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรค์หรือเจอกับปัญหาใดๆก็ตามและแม้ว่าภารกิจนั้นอาจจะต้องใช้เวลานานนับปีก็ไม่ล้มเลิกจนกว่าจะสำเร็จ



  GRIT คือปัจจัยภายใน ซึ่งตัวเราเองต้องอาศัยความเกร่งกล้าด้านจิตใจข้างใน เพื่อจะไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ คนสำเร็จระดับโลกกว่า 73% ไม่มีพื้นฐานสนับสนุนจากปัจจัยภายนอกมากนัก เขาไม่ได้มาจากครอบครัวที่สมบรูณ์แบบ ไม่รับการช่วยเหลือด้านการเงิน หรือด้านจิตใจจากคนรอบข้าง แต่พวกเขาได้ฝึกจิตใจให้แข็งแกร่งทุกวันเพื่อต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาอย่างคาดเดาไม่ได้ และสิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ คือพวกเขาต้องมีความมุมานะบากบั่นจากข้างในเป็นสำคัญ

  การพลักดันให้ตัวเองไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้เป็นความสำเร็จที่เกิดจากตัวเองอย่างแท้จริง และในอนาคตหากเกิดสิ่งไม่คาดคิด หรือต้องล้มสักกี่ครั้งเขาก็จะสามารถลุกขึ้นมายืนใหม่ได้ ดูได้จากตัวอย่าง คนมีชื่อเสียงที่ในประวัติศาสตร์

พวกเขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จโดยที่คนอื่นไม่ได้สนับสนุนเขาเลย เช่น โอปรา วินเฟรย์ เคยมีฐานะยากจนและในวัยเด็ก เคยถูกทำร้ายร่างกายทำให้มีบาดแผลในใจจากคนในครอบครัว เธอหนีออกจากบ้านตอนอายุ 14 หลังจากนั้นหาทุนเรียนจนจบด้านสื่อมวลชน ปัจจุบันมีเธออาณาจักรสื่อสารมวลชน มูลค่ากว่า 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐ

หรือ อีกหนึ่งตัวอย่าง เช่น จิม แครี่ นักแสดงตลกชื่อดัง มีชีวิตในวัยเด็กที่แสนจะลำบาก และ ยากจน พ่อตกงาน ไม่มีบ้านอยู่ ทั้งคู่อาศัยอยู่ในรถตู้ด้วยกัน แต่เขาไม่เคยยอมแพ้ เขาลาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 15 เพื่อทำงานหาเลี้ยงครอบครัว และตั้งใจว่าจะเป็นนักแสดงตลกให้ได้ และเขาก็ทำสำเร็จในการเป็นดาราฮอลลี่วูดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน


  ทุกคนรู้ว่าความสำเร็จไม่ใช่ของง่าย และต้องอาศัยความพยายามและเชื่อมั่นศรัทธาเพื่อให้ได้มา และสิ่งที่สำคัญคือการต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง ดังนั้น การสร้างความแข็งแรงจากภายในจิตใจต้องอาศัยการฝึกฝน และการเผชิญหน้ากับอุปสรรคทุกๆวันอย่างกล้าหาญ เมื่อล้มต้องลุกยืนขึ้นใหม่ ไม่หนีหายไม่ล้มเลิก GRIT เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของคน และเป็นมากกว่าความฉลาด หรือพรสวรรค์ที่ติดตัวมา แต่ GRIT คือความกล้าแกร่ง อดทน มานะอุตสาหะ มีความพยายามที่เพียงพอเพื่อจะนำตัวเองไปถึงจุดที่ประสบความสำเร็จได้ ทั้งความสำเร็จในชีวิตและความสำเร็จในธุรกิจก็ต้องอาศัยสิ่งนี้



  ในงานวิจัยเชิงจิตวิทยาได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ ของคนที่มี GRIT ในระดับสูงมักจะมี  Mental Toughness หรือ ความแข็งแกร่งด้านจิตใจที่สูงตามไปด้วยเช่นกัน เราจะเห็นได้บ่อยครั้งที่ โค๊ชฝึกนักกีฬา  mental toughness จะเป็นตัวทำให้พวกเขาจัดการกับความคิด อารมณ์ พฤติกรรม ควบคุมความพยายามและพลังงานให้มุ่งไปแต่ภาระกิจเป้าหมาย จัดการกับความยากลำบากที่เข้ามาอย่างไม่หวาดหวั่น

ยิ่งไปกว่านั้นมันยังช่วยให้มีการจัดการกับความเครียด เพิ่มทักษะและความมั่นใจในการรับมือกับปัญหาอุปสรรคจนเป็นความเก่งและเชี่ยวชาญ หรือคนที่เริ่มธุรกิจของตัวเองก็เช่นกัน GRIT มีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เขาบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้



  ทั้ง GRIT และ Mental Toughness มีผลทำให้เกิดการพัฒนาของ Growth Mindset หรือ ความคิดเปิดกว้าง การไม่ย่อท้อเป็นเหมือนการให้สัญญากับตัวเองว่าจะทำจนกว่าจะสำเร็จ ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนามุมมองความคิด ให้มองเห็นทุกอย่างเป็นโอกาสและเปิดรับต่อสิ่งที่จะทำให้ตัวเองไปถึงจุดหมาย อุปสรรคความล้มเหลวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยง

แต่ Growth Mindset จะทำให้เรามองความล้มเหลวเป็นประสบการณ์และพัฒนาตนให้แข็งแกร่งและทำให้มีความทรหดเพิ่มขึ้น ปรับตัวได้ อย่างไรก็ตามการสร้างGRIT ให้เกิดผลนั้น ต้องเกิดจากการได้ทำในสิ่งที่เราปรารถนา มีความสนใจในสิ่งนั้นและเห็นถึงคุณค่าของมัน

หลายครั้งเราจะเห็นว่านักกีฬากว่าจะพบชัยชนะต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลานมานับครั้งไม่ท้วน แต่เพราะใจรัก จึงมุ่งมั่นฝ่าฝัน มีพลังและอดทนที่จะรอวันที่ไปถึงจุดหมายอย่างที่ตั้งใจไว้ได้  หรือแม้แต่นักร้องที่มีผลงานออกอัลบัม หรือศิลปินนักแสดงก็เช่นกัน กว่าจะมาถึงวันที่มีคนรู้จักต้องพบเจอกับการฝึกฝน บากบั่น อดทนต่อคำสบประมาทหรือคำดูแคลนมากมาย หากเขาไม่ฝึกจิตใจให้เข็มแข็ง ไม่ยืนหยัดในสิ่งที่รัก ก็คงจะไม่มีวันแจ้งเกิดอย่างแน่นอน เมื่อรู้แล้วว่าGRIT ช่วยให้ชีวิตก้าวหน้าอย่างไรเราควรต้องรู้วิธีสร้างมันให้กับชีวิตของเราด้วยเช่นกัน

จากผลวิจัยระบุว่า GRIT เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในอนาคตของคนได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือ ผู้ใหญ่ ควรหมั่นฝึกฝนการเพิ่มGRIT ให้เพิ่มพูลมากขึ้นให้กับชีวิต เพราะความเพียรพยายามอย่างต่อเนื่องในพัฒนาในสิ่งที่ตนรักจะมีความหมายและความสำเร็จในระยะยาวเราอาจนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ได้

5 เคล็ดลับในการเพิ่ม GRIT เพื่อให้ชีวิตไปถึงเป้าหมาย

1. ให้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองสนใจและรักที่จะทำ
หากเราถูกบังคับให้ต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ เราอาจต้องเจอกับความลำบากในการเกาะติดกับมันและอดทนทำมันให้สำเร็จ ดังนั้นคนเราต้องออกไปค้นหาตัวเองให้เจอว่าเรานั้นชอบอะไร หรือ ลองทำสิ่งใหม่ๆจนกว่าจะเจอสิ่งที่ใช่ และเมื่อเจอสิ่งนั้นแล้ว  ให้หาตัวแบบ ผู้รู้ หรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยให้เราพัฒนา

2.หมั่นฝึกฝนทักษะอยู่เสมอ
การหมั่นฝึกฝน และอยู่กับสิ่งที่เรารัก และทำมันให้ดีขึ้นในทุกๆวัน ไม่ละทิ้งในการฝึกฝนทักษะถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่อยากทำและเบื่อบ้างแต่ต้องมีวินัยทำมันอย่างสม่ำเสมอ

3.ค้นหาความหมายในสิ่งที่กำลังทำอยู่
บางครั้งแค่รักในสิ่งที่ทำและทำได้ดีอย่างเดียวอาจไม่ดึงดูดให้เราอยู่กับมันได้ในระยะยาว แต่การค้นพบความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า คือสิ่งที่ทำนั้นได้ให้คุณค่าและช่วยให้ผู้อื่นให้ดีขึ้นได้อย่างไร จะเป็นแรงพลักดันทำให้เราทำสิ่งนั้นอย่างมีความสุขและอยากทำมากขึ้นทุกๆวัน

4. ต้องมองเห็นความหวังอยู่เสมอ
อย่าปิดกั้นหรือจำกัดความคิดของตัวเอง อย่าคิดลบต้องเชื่อว่าสิ่งที่เรากำลังทำมีโอกาสสำเร็จได้ สมองของคนเราสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ตลอดชีวิต เพราะฉนั้นต้องใส่แต่ทัศนคติบวกและความหวังในเรื่องความสำเร็จให้สมองจดจำ

5. อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคนที่มี GRIT
คนรอบข้างมีอิทธิพลต่อความคิด ความรู้สึก และการกระทำ คนที่มีGRIT จะทำให้เรามีบรรทัดฐานความสำเร็จและพลักดันความคิดบวกส่งผลต่อความสำเร็จของเราทำให้ทัศนะคติเรา เห็นแต่ความสำเร็จที่เป็นไปได้


  เรื่องของ GRIT มีการตื่นตัวมากในวงการจิตวิทยาและ วงการการศึกษา ทั่วโลกได้ให้ความสำคัญ และมีการพัฒนาอย่างจริงจังและแพร่หลายในปี2007 การพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ในเชิงจิตวิทยาพบว่า แรงบัลดาลใจในกาได้ทำในสิ่งรักเป็นแรงพลักดัน และทำให้เขามีความพยายามไปถึงเป้าหมายได้

ยกตัวอย่างเช่น ดร. แองเจลล่า ดักเวิร์ท ได้มีการติดตามนักเรียนที่มีผลการเรียนธรรมดา แต่มีเส้นทางชีวิตที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากนั้นเป็นเพราะ การมีวินัย อดทน เพียรพยายาม ตั้งใจลงมือทำ ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เหล่านี้เป็นตัวชี้วัดผลในเชิงบวกมากกว่าการมีสติปัญหาที่เฉลียวฉลาด แต่ขาดความพยายามอย่างสม่ำเสมอ

การเพิ่มพูล GRIT ในวัยเด็กให้กับลูก

  GRIT ประกอบไปด้วย ความสามารถ 2 ด้านคือ ด้านที่สามารถจดจ่ออยู่กับเป้าหมายนั้นได้ยาวนาน จนกว่าจะถึงจุดหมาย หรือ กัดไม่ปล่อยนั่นเอง กับอีกอันหนึ่งคือความสามารถในการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเจอกับอุปสรรคขวากหนามอะไรก็ตามก็ยังทำต่อไปไม่หยุด หรือไม่ละทิ้งก่อนจะถึงเป้าหมาย GRIT เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกให้พัฒนา Grit เพื่อฝึกให้เขาทำในสิ่งที่เขาสนใจและอดทนทำมันจนไปถึงเป้าหมายได้ดังนี้

6 วิธีเสริมสร้างGRIT ให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต

1. ให้ลูกค้นหาสิ่งที่ตนสนใจ
ให้ลูกเลือกเองในสิ่งที่ลูกอยากจะทำ จะช่วยสร้างแรงพลักดัน ในการลงมือทำให้บรรลุเป้าหมายแม้จะเจอกับอุปสรรคก็ตาม หากผู้ปกครองเป็นคนเลือกให้ อาจทำให้ยากต่อการเชื่อมโยงความพยายามของลูกต่อการทำสิ่งนั้นจนสำเร็จได้

2. ให้กำลังใจลูกในการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

ให้กำลังใจในการพลักดันให้เขามีความพยายามอย่างต่อเนื่อง อย่าให้เขาเลิกล้มความตั้งใจเร็วเกินไป และต้องเปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้เสริมทักษะในสิ่งอื่นด้วย เพื่อให้เขามั่นใจว่าเขาสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง อย่าปล่อยให้ลูกคิดเองว่าเขาเกิดมาเป็นแบบนี้ทำได้แค่นี้ เพราะทุกอย่างฝึกฝนได้ พยายามให้กำลังใจจนเขาสำเร็จบรรลุเป้าหมาย

3. ปล่อยลูกให้จัดการกับอารมณ์ตัวเอง
เด็กอาจมีอารมณ์ ความรู้สึกหงุดหงิดหากทำไม่ได้ เช่นการฝึกเล่นกีฬาช่วงแรกๆ ควรปล่อยให้เขาจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง เป็นขบวนการเรียนรู้เรื่องประสบการณ์ชีวิต และเป็นการฝึกการเผชิญอุปสรรค์ แก้ปัญหา และ ความอดทน คุณพ่อ- คุณแม่ ควรควบคุมความกังวลของตัวเองด้วยเช่นกัน อย่าโอ๋ลูกมากเกินไป แต่คอยให้กำลังใจเขาเพื่อให้เขาทำจนสำเร็จ ยำ้เตือนเขาว่าการเลิกล้มกลางคันทำให้ไม่เห็นผลงานอะไรเลย

4. เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกในเรื่องความคิดที่เปิดกว้าง
ทุกคนมีศักยภาพ และสามารถพัฒนาได้หากได้รับตัวแบบที่ดี ในเรื่องความมุมานะ พากเพียรพยายาม หากผู้ใหญ่มีความคิดปิดกั้น เขาจะมีแนวคิดว่าเขาเกิดมาแบบนี้ สมองมีแค่นี้ และไม่มีพรสวรรค์หรือความเก่งอะไรที่จะเปลี่ยนชีวิตได้ คำพูดและการกระทำของผู้ใหญ่มีผลต่อแนวคิด และเหตุผลในการประสบความสำเร็จของลูก ให้เขามุ่งเป้าหมายไปในเรื่องของความพยายามจะทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จได้ ความพลาดพลั้ง เป็นเรื่องธรรมดาในชีวิต และเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์

5. ช่วยกันคิด
หากลูกมีปัญหาให้ช่วยเขาคิดในหาทางออกโดยไม่โน้มน้าวให้เขาเลิกทำ แต่พยายามให้เขาหาวิธีแก้ปัญหา และสอนให้เขามีความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่จะทำ และยอมรับกับผลที่จะตามมา

6. สอนเรื่องของความล้มเหลวว่าเป็นเรื่องธรรมดา
ล้มได้ก็ลุกได้ แชร์ประสบการเรื่องล้มเหลวที่คุณพ่อ-คุณแม่เคยผ่านมาให้ลูกฟัง เพื่อให้เขามีต้นแบบของการไม่ย่อถอย เด็กจะเรียนรู้จากคนรอบตัวเพื่อใช้ในการตัดสินใจ หรือทำตาม ให้ลูกเล่าถึงขั้นตอน ปัญหาที่เจอกว่าจะประสบความสำเร็จ อะไรเป็นเรื่องที่เจอแล้วรู้สึกว่าท้าทาย และผ่านมันมาได้อย่างไร หรือเปิดโอกาสให้ทุกๆคนในครอบครัวได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ของตนด้วย ผู้ใหญ่ในบ้านจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในเรื่องการสร้างGRIT ให้ลูกเมื่อล้มแล้วลุกขึ้นมาทำสิ่งนั้นต่อเนื่องจนสำเร็จ ไม่หวาดหวั่นต่อความล้มเหลว ถึงบางครั้งมันจะทำให้เขาไม่มั่นใจ หรือไม่กล้าที่จะไปต่อ แต่ในที่สุดเขาก็ผ่านมันไปได้  ให้กำลังใจลูกในการลุกขึ้นมาทำต่อให้สำเร็จ แต่อย่าไปควบคุมเขา ปล่อยให้เขาจัดการกับอารมณ์ ความไม่ได้ดั่งใจของเขาเองเพื่อให้เขาได้พัฒนาและสร้างGRIT จากข้างในของเขาอย่างแท้จริง

  อ้างอิง Verywell family

https://www.bettermindthailand.com/

https://www.facebook.com/BettermindThailand

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้