1341 Views |

เขียนโดย: ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D)
นักจิตวิทยาการปรึกษา & นักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญ EMDR / Brainspotting Psychotherapy
เคยสงสัยไหมว่าทำไมเหตุการณ์ร้ายๆ ที่ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยังรู้สึกเจ็บปวด วิตกกังวล หรือตกอยู่ในโหมด "เอาตัวรอด (Survival Mode)" ตลอดเวลา? นั่นเพราะสมองและระบบประสาทจดจำ บาดแผลทางใจ (Trauma) ไว้โดยไม่สนว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด การฟื้นฟูสุขภาพจิตอย่างยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่การลืมอดีต แต่คือการใช้ EMDR Therapy ร่วมกับ Positive Psychology (จิตวิทยาเชิงบวก) เพื่อเปลี่ยนความทุกข์ให้กลายเป็นการเติบโตอย่างแท้จริง
จิตวิทยาเชิงบวกเป็นศาสตร์ที่มุ่งศึกษาว่า "อะไรที่ทำให้มนุษย์มีความสุขและเติบโตได้เต็มศักยภาพ" โดยไม่ได้มองแค่การรักษาโรคทางจิตเวช แต่มุ่งสร้างสุขภาวะทางใจที่สมบูรณ์ผ่าน โมเดล PERMA:
หลายคนพยายามฝึก Gratitude หรือตั้งเป้าหมายใหม่ แต่ยังรู้สึกอึดอัด กังวล หรือรู้สึกว่า "ตัวเองไม่ดีพอ" นั่นเพราะปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ความคิดในปัจจุบัน แต่อยู่ที่ บาดแผลทางใจในอดีต (Trauma) ที่ยังค้างอยู่ในระบบประสาท
Trauma ไม่ได้หมายถึงเฉพาะอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติรุนแรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึง:
EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing) คือกระบวนการจิตบำบัดที่ใช้การกระตุ้นสมองสองข้าง (Bilateral Stimulation) เพื่อช่วยให้สมองจัดเก็บความทรงจำเลวร้ายใหม่ ทำให้อารมณ์เจ็บปวดลดลง และเปลี่ยนความเชื่อเชิงลบ (เช่น "ฉันไม่ปลอดภัย" หรือ "ฉันไม่มีคุณค่า") ให้กลายเป็นความเชื่อที่สร้างสรรค์และเป็นจริง
A: การปรึกษาทั่วไปเน้นการทำความเข้าใจปัญหาผ่านคำพูด แต่ EMDR มุ่งปรับการทำงานของสมองและระบบประสาทเพื่อประมวลผลความทรงจำสะเทือนใจในระดับลึก
A: ได้แน่นอนครับ EMDR เหมาะสำหรับผู้ที่มีความวิตกกังวลเรื้อรัง ปัญหาความสัมพันธ์ ความเครียดจากงาน หรือผู้ที่ต้องการก้าวข้ามความเชื่อเชิงลบเกี่ยวกับตนเอง
A: หากคุณรู้สึกว่าความคิดในอดีตยังตามรบกวน วิตกกังวลเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรือรู้สึกว่าชีวิตขาดความหมาย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคือทางเลือกที่ดีในการฟื้นฟูสุขภาวะทางใจ
Better Mind Mental Health Service Thailand พร้อมดูแลสุขภาพจิตของคุณด้วยความเข้าใจและเชี่ยวชาญ
นัดหมายปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ