970 Views |

โดย: ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D)
นักจิตวิทยาการปรึกษา & ผู้เชี่ยวชาญจิตบำบัด EMDR / Brainspotting
วงการสุขภาพจิตทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Talk Therapy (การบำบัดแบบพูดคุย) ไปสู่ Deep Therapy (จิตบำบัดเชิงลึก) เนื่องจากหลายคนพบว่าการพูดคุยทำความเข้าใจตนเองเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ เพราะปมบาดแผลทางใจ (Trauma) ความวิตกกังวล และอาการ Trigger ฝังลึกลงไปในระดับระบบประสาท สมองส่วน Amygdala และร่างกาย การบำบัดเชิงลึกจึงก้าวเข้ามาแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างตรงจุด

Deep Therapy นำเครื่องมือจิตบำบัดที่มีงานวิจัยรองรับ (Evidence-based Psychotherapy) มาใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อปรับการทำงานของระบบประสาทโดยตรง ได้แก่:

| จุดเน้น | Talk Therapy | Deep Therapy |
|---|---|---|
| กลไกการรักษา | การพูดคุย ใช้เหตุผล วิเคราะห์ความคิด | ทำงานกับสมอง สมองส่วนอารมณ์ และระบบประสาท |
| เป้าหมาย | เข้าใจปัญหาและปรับพฤติกรรมปัจจุบัน | แก้ที่ต้นตอ ปลดล็อก Trauma ระยะยาว |
| การเล่ารายละเอียด | ต้องอธิบายเหตุการณ์ในรายละเอียด | ไม่จำเป็นต้องเล่าทุกรายละเอียดที่เจ็บปวด |


A: Coaching เน้นการตั้งเป้าหมายในอนาคตและปรับพฤติกรรม แต่ Deep Therapy เป็นการรักษาทางการแพทย์และจิตวิทยาที่เน้นการประมวลผล Trauma, บาดแผลวัยเด็ก และปรับการทำงานของระบบประสาท
A: ไม่จำเป็นครับ เทคนิคอย่าง EMDR และ Brainspotting สามารถประมวลผลการทำงานของสมองและร่างกายได้ โดยผู้รับการบำบัดไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวที่สร้างความเจ็บปวดซ้ำๆ
A: ได้ครับ กระบวนการบำบัดเชิงลึกสมัยใหม่ได้รับการออกแบบให้สามารถดำเนินผ่าน Online Therapy ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นส่วนตัว
A: เนื่องจากทำงานกับต้นตอของระบบประสาทโดยตรง หลายคนจึงมักเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และร่างกายได้เร็วกว่าการทำ Talk Therapy ระยะยาว
บริการ EMDR, Brainspotting และ Trauma Therapy โดยผู้เชี่ยวชาญ (Bangkok & Online Worldwide)
นัดหมายปรึกษาล่วงหน้า