3187 Views |
ทำความเข้าใจภาวะ ADHD ในเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมวิธีปลดล็อกสมองส่วนลึกด้วยจิตบำบัดสมัยใหม่

ADHD (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) หรือโรคสมาธิสั้น มีสาเหตุหลักจากปัจจัยด้านพันธุกรรมและความเสี่ยงในช่วงตั้งครรภ์ เช่น การคลอดก่อนกำหนด หรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อาการมักแสดงออกตั้งแต่เด็ก เช่น อยู่ไม่นิ่ง ขาดสมาธิ วอกแวกง่าย และหลงลืมบ่อย

เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ (อายุ 17 ปีขึ้นไป) อาการไม่อยู่นิ่งอาจลดลง แต่จะเปลี่ยนเป็นปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ หงุดหงิดง่าย ขาดสมาธิในการทำงาน การตัดสินใจด่วนได้ และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์หรือประสิทธิภาพในการทำงานอย่างรุนแรง
แม้การใช้ยาจิตเวชจะช่วยลดอาการทางเคมีในสมองได้ แต่การพัฒนาศักยภาพและการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตจำเป็นต้องอาศัย การทำจิตบำบัด (Psychotherapy) ร่วมด้วย เพื่อให้ผู้มีภาวะ ADHD เรียนรู้ทักษะการบริหารเวลา การควบคุมแรงกระตุ้น และการจัดการกับความเครียดในระยะยาว

Brainspotting Therapy เป็นเทคนิคจิตบำบัดขั้นสูงที่พัฒนาจากการรักษาปมบาดแผลทางใจ (PTSD) โดยทำงานตรงกับสมองส่วนลึก (Subcortex) ผ่านการมองจุดโฟกัสทางสายตา ช่วยปลดล็อกความทรงจำและระบบประสาทที่ติดขัดได้อย่างรวดเร็วกว่าการพูดคุยบำบัด (Talk Therapy) แบบดั้งเดิม

หลายคนอาจกังวลใจเมื่อพบว่าตนเองหรือบุตรหลานมีภาวะ ADHD แต่ในความเป็นจริงบุคคลระดับโลกหลายท่าน เช่น Richard Branson (ผู้ก่อตั้ง Virgin Group), Bill Gates และ Walt Disney ต่างก็มีภาวะนี้เช่นกัน
จุดเด่นของสมอง ADHD หากได้รับการจัดการที่ถูกต้อง จะเปลี่ยนเป็นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการสูง พลังงานเหลือล้น และความสามารถในการโฟกัสขั้นสูง (Hyperfocus) ในสิ่งที่สนใจ นำไปสู่ความสำเร็จในธุรกิจและชีวิตส่วนตัวได้

A: เป็นการบำบัดทางธรรมชาติที่ปลอดภัย ไม่ใช้ยาหรือสารเคมีใดๆ แนะนำให้ทำกับผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางเท่านั้น เพื่อคอยดูแลความปลอดภัยระหว่างการประมวลผลทางสมอง
A: ไม่จำเป็นเสมอไป การทำจิตบำบัดร่วมด้วยจะช่วยให้ผู้ป่วยมีทักษะจัดการตัวเองได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาอาศัยยาลงได้ตามดุลยพินิจของแพทย์และนักจิตวิทยา
รับคำปรึกษาและประเมินอาการอย่างใกล้ชิดกับนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา