ใจสั่นจากความเครียดและโรควิตกกังวล เสี่ยงเป็นโรคหัวใจจริงหรือ? พร้อมวิธีรักษา

4139 Views  | 

ใจสั่นจากความเครียดและโรควิตกกังวล เสี่ยงเป็นโรคหัวใจจริงหรือ? พร้อมวิธีรักษา

Heart & Mind Health

ใจสั่นจากความเครียดและโรควิตกกังวล
เสี่ยงเป็นโรคหัวใจจริงหรือ?

ไขข้อข้องใจความสัมพันธ์ระหว่างสมอง ความวิตกกังวล และระบบการทำงานของหัวใจ

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา นักจิตวิทยาการปรึกษา Better Mind

ดร. มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D.)

นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และนักจิตบำบัดครอบครัวและวัยรุ่น

Certified Supervisor EMDR & Brainspotting Psychotherapy

จากงานวิจัยด้านโรคหัวใจของทีมแพทย์สหรัฐอเมริกา พบว่าความวิตกกังวลทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลต่อปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียด ทำให้เกิดอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็วและความดันโลหิตสูง ซึ่งหากเกิดขึ้นบ่อยโดยไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลให้ระบบหัวใจอ่อนแอลงได้

โรควิตกกังวลและโรคหัวใจ

ทำไมโรควิตกกังวลจึงส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจ?

สถาบัน Harlem Cardiology ในนิวยอร์ก ระบุว่าความเครียดและโรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) มีความเชื่อมโยงกับระบบประสาทอัตโนมัติ เมื่อร่างกายตื่นตัวจากความกังวล สมองจะสั่งการให้เกิดกลไกสู้หรือหนี (Fight or Flight Response) ส่งผลให้:

หัวใจเต้นเร็วและแรง (Tachycardia): เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว
ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราว: เกิดแรงดันในหลอดเลือดจากการบีบตัวถี่ของหัวใจ
เสี่ยงโรคหัวใจเรื้อรัง: หากสะสมเป็นเวลานานร่วมกับโรคเครียดหลังเหตุสะเทือนใจ (PTSD) อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจวายเฉียบพลันได้
แนวทางการรักษาอาการใจสั่นจากความเครียด

แนวทางการรักษาอาการใจสั่นจากโรควิตกกังวล

หากแพทย์ตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่าอาการใจสั่นไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจโดยตรง แต่มาจากภาวะวิตกกังวล แนวทางรักษาประกอบด้วย:

  • การทำจิตบำบัด: ทำงานโดยตรงกับระบบสมองและความทรงจำ ช่วยลดความวิตกกังวลและปมในใจได้อย่างรวดเร็ว
  • การใช้ยา: ช่วยบรรเทาอาการในระยะสั้น แต่อาจมีผลข้างเคียงในระยะยาว
  • การรักษาแบบผสมผสาน: เช่น การทำสมาธิ โยคะ ฝังเข็ม หรือศิลปะบำบัด เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด

7 วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีโรควิตกกังวล

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
3. รักษาและทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ
4. ออกจากบ้านเพื่อรับบรรยากาศใหม่ๆ ทุกวัน
5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินวันละ 15 นาที
6. หลีกเลี่ยงการดื่มสุราและสารเสพติด
7. พูดคุยระบายความรู้สึกกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: อาการใจสั่นจากความเครียดแตกต่างจากโรคหัวใจอย่างไร?

อาการใจสั่นจากความเครียดมักเกิดร่วมกับภาวะตื่นตระหนก เหงื่อออกมือ หรือคิดกังวล และเมื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมักไม่พบความผิดปกติทางกาย แต่หากปล่อยไว้เรื้อรังอาจส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้อหัวใจได้ในระยะยาว

Q2: โรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) สามารถพัฒนาไปเป็นโรคแพนิคได้หรือไม่?

เป็นไปได้สูง หากมีความเครียดสะสมรุนแรงจนระบบประสาทอัตโนมัติทำงานไวเกินไป อาจแสดงอาการตื่นตระหนกเฉียบพลัน (Panic Attack) ร่วมด้วย

Q3: ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเมื่อไหร่?

เมื่อมีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ควบคุมความกังวลไม่ได้ ใจสั่นบ่อยจนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีความรู้สึกเศร้าสิ้นหวัง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำจิตบำบัดทันที

จัดการความวิตกกังวล คืนสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง

ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตและรับคำปรึกษาเชิงจิตบำบัดกับ ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา ที่ Better Mind Thailand

นัดหมายปรึกษาผู้เชี่ยวชาญผ่าน Line

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้