ติดกับดักทางความคิดอาจทำชีวิตไม่ก้าวหน้า

144 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ติดกับดักทางความคิดอาจทำชีวิตไม่ก้าวหน้า

 

Mind Traps หรือ thinking traps อาจทำให้ชีวิตเราไม่เจริญก้าวหน้า
 

 

 

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D) 

นักจิตวิทยาการศึกษาผู้เชี่ยวชาญ

Mind Traps หรือ thinking traps คือรูปแบบวิธีทางความคิด หรือกระบวนการทางความคิดซึ่งในแต่ละคนไม่เหมือนกันและส่วนใหญ่กับดักทางความคิดนี้มักจะโน้วเอียงไปในแนวทางด้านลบ และบิดเบือนการรับรู้ในสิ่งที่เป็นจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งกับดักทางความคิดนี้จะอยู่เข้าไปส่วนลึกของจิตใจและการรับรู้ของเรา ทำให้เกิดความคิดและการตัดสินแบบรีบสรุปและส่อไปในทางลบ

ปัจจัยด้านความคิดลบที่ทำให้บิดเบือนความเป็นจริงมีอะไรบ้าง

1.    มีความคิดแค่ขาว กับ ดำ  ซึ่งในความเป็นจริงโลกยังมีสีเทาด้วย เช่นหากเราถูกไล่ออกจากงาน ก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตเราจะล้มเหลวไปในทุกๆเรื่อง ให้แทนที่ความคิดลบด้วยการมองว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังจะนำพาชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ให้มองว่าชีวิตไม่ใช่ว่าจะต้องสมบรูณ์แบบไปซะทุกอย่าง

2.    ใช้อารมณ์ตัดสิน เช่น การโดนไล่ออกเพราะบริษัทไม่เห็นคุณค่าของเรา ทำให้เราเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจด้อยค่า แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าชีวิตของเราจะต้องหมดคุณค่ากับเรื่องอื่นๆในชีวิตเพราะเรายังมีคุณค่ากับคนอื่นหรือเป็นประโยชน์กับหน่วยงานอื่นที่เห็นคุณค่าของเรา ให้แทนที่ด้วยการยอมรับในความจริงที่เกิดขึ้นแต่ไม่ยอมแพ้ต่ออารมณ์ตัวเองและก้าวต่อไป

3.    การตีความ การอ่านใจคน เป็นการรับรู้ว่าคนอื่นมองเราอย่างไร และคิดในทางลบโดยไม่มีสิ่งพิสูจน์ได้เพียงพอเป็นการสรุปเองคิดไปเอง ให้แทนที่ความคิดเหล่านั้นด้วยการชุกคิดว่าเรารู้ความคิดตัวเองดีว่าเราคิดมากไปเอง

4.    พึ่งหมอดู หรือ ตีความอนาคตไปในทางแย่ในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ให้แทนที่ความคิดนี้ด้วยการบอกตัวเองว่าไม่มีใครหรอกที่จะล่วงรู้อนาคตได้

5.    ตีตราตัวเอง การให้นิยามผิดๆหรือการคิดลบกับตัวเอง เช่น ฉันมันไม่เอาไหนเพราะสอบตก เราไม่ควรตัดสินขีวิตใครทั้งนั้นแม้แต่ตัวเอง เพราะเราก็แค่สอบตกในวิชานั้น เราอาจจะทำได้ดีในวิชาอื่นๆก็ได้

6.    คิดว่าเหตุการณ์ร้ายมักจะเกิดซ้ำๆกับเราเสมอ  เช่นบอกกับตัวเองว่าทำไมเรื่องร้ายๆแบบนี้ต้องเกิดกับฉันตลอดเลย ให้แทนที่ความคิดนี้ด้วยการบอกว่า ต้องหาวิธีป้องกันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างในครั้งหน้า

7.    โทษตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดเรื่องร้ายที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ก็มักจะโทษตัวเอง ให้แทนที่ด้วยการบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่ความผิดของเราและก็ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น

ความคิดวิตกกังวล ก็เช่นกัน เป็นรูปแบบของกับดักทางความคิดอย่างหนึ่ง และหากไม่ได้รับการแก้ไขก็จะเกิดเป็นความบกพร่อง หรือ anxiety disorder ทำให้เกิดเป็นความผิดปกติด้านสุขภาพจิตต่อมาได้


 

เครื่องมือทางจิตวิทยาที่ช่วยปกป้องเราจากกับดักทางความคิดคือ

  • มีความรู้ ความเข้าใจ
รับรู้ว่าเรื่องยากลำบากและสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เกิดขึ้นในชีวิตเสมอดังนั้นหาวิธีที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้นให้ได้

  • ชัดเจนกับความคิดของตัวเอง
มองให้ออกว่าความคิดที่เราวนเวียนอยู่นั้นคือเรื่องอะไร หากเราไม่อยากติดกับดักในความคิดของตัวเองต้องทำอย่างไร เพราะมันจะช่วยเราในเรื่องการจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้

  • ตั้งคำถามกับตัวเองให้เยอะๆ

ก่อนที่จะสรุปอะไรง่ายๆลองถามตัวเองว่าสิ่งที่เราคิดมันมีมูลความจริงไหม หรือเราคิดไปเอง และมันสำคัญต่อการเก็บมาคิดใส่ใจหรือไม่

  • คุยกับตัวเองบ่อยๆ ตัวเราเองเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ให้มีเมตตากรุณากับตัวเอง

 

  • หยุดความคิดฟุ้งซ่าน หากรู้ว่าตัวเองกำลังหลงทางในความคิดเริ่มคิดวนเวียน วิตกจริตเกินเหตุให้สั่งตัวเองให้หยุดทำ
  • ฝึกการดูแลจิตใจตัวเอง ควรพักผ่อนให้ร่างกายและจิตใจกลับมามีพลัง เติมเต็มชีวิตด้วยความสุขและการกินดี อยู่ดี หมั่นรักษาสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง

 

หากเราปราศจากการดูแลจิตใจตัวเอง ขาดการตรวจสอบความคิดตัวเอง ปล่อยให้ความคิดทำงานไปตามใจโดยไม่มีการควบคุมอาจติดกับดักทางความคิดที่โน้มเองไปในทางคิดลบและเมื่อเกิดขึ้นเสมอ ประจำจนเป็นกิจวัตรและนิสัยก็จะค่อยๆกลายเป็นรูปแบบวิธีการทางความคิดของเรา หากเราไม่สามารถจัดการกับขบวนการรูปแบบทางความคิดลบ หรือ ติดกับดักทางความคิดที่ไม่หลุดพ้นได้ด้วยตัวเองควรปรึกษานักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยเหลือในการปรับเปลี่ยนรูปแบบและขบวนการทางความคิดให้เรา 


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้