สำเร็จในชีวิตอย่างไรท่ามกลางคนToxic

286 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สำเร็จในชีวิตอย่างไรท่ามกลางคนToxic

ทำชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร

ท่ามกลางคนToxic

 

 

ดร. มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D)

นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ


ความสำเร็จและความสุขในชีวิตคนเรานั้นมักจะมีปัจจัยหลักที่ได้มาจากการสนับสนุนของคนที่อยู่เบื้องหลัง เพราะฉนั้นสิ่งนี้นั่นเองคือปัจจัยที่ทำให้เราต้องเลือกที่จะอยู่ใกล้คนที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนเรา และควรหลีกห่างคนที่เป็นพิษเป็นภัยกับเรา

คนที่คอยสนับสนุน หรือกัลยาณมิตร จะคอยช่วยเราจะทำให้เราเติบโตและพัฒนาศักยภาพ พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจ ยอมรับในสิ่งที่เราเป็น สร้างให้เรามีกำลังใจในการต่อสู้และชนะกับอุปสรรค พวกเขาจะช่วยส่งเสริมให้เราไปถึงฝัน ทำให้เรารู้สึกดีไม่ย่อท้อ และในวันที่เรามีข้อคำถามกับตัวเองหรือไม่มั่นใจในสิ่งที่ทำอยู่ว่าจะสำเร็จไหม พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจ


ซึ่งตรงกันข้ามกับพวกคนที่เป็นพิษเป็นภัย หรือ toxic people เราควรหลีกเลี่ยงที่จะไม่ข้องเกี่ยวและที่สำคัญเราควรเรียนรู้ทักษะในการหลบเลี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะคนพวกนี้สามารถแผ่ขยายความไม่มีสุขในชีวิตของตนไปให้ผู้อื่นได้

คนพวกนี้สามารถเป็นภัยต่อการงาน ธุรกิจ ชีวิตคู่ หรือ ลูกๆของเราได้ เพราะToxic people เหล่านี้มักจะมองข้ามความปรารถนาดี ความตั้งใจดีของเรา และชอบตอกย้ำจุดด้อยของเรา ขัดขวางหรือไม่คิดที่จะส่งเสริมให้เราทำอะไรที่ทำให้ชีวิตเราดีมีความสุขหรือประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือบางครั้งก็ชอบขโมยผลงานเรา หรือหลอกใช้เราแทนการช่วยสนับสนุนให้เราทำผลงานให้ได้ดี

 


ลักษณะของพวกToxic

สังเกตง่ายๆคนToxic มักจะไม่รู้สึกมั่นคงในชีวิต ไม่มีความสุข และมักปิดบังความไม่มั่นคงในใจด้วยการทำตัวเย่อหยิ่ง ชอบพูดจาทำร้ายจิตใจคนอื่นทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรพูด คนToxic เช่นนี้จะทำให้เราเหนื่อยล้าหมดกำลังใจและบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของเรา คนพวกนี้เปลี่ยนยากและเสียเวลาที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมคน Toxic เพราะที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากปมปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในจิตใจที่มีสาเหตุจากหลากหลายปัจจัยที่ซับซ้อน ดังนั้นจึงควรใช้ชีวิตออกห่างจากคนพวกนี้จะดีกว่า

การอยู่รอบกายด้วยคนToxicก็เหมือนกับอยู่ใกล้คนที่เป็นโรคติดต่อ หากยิ่งใกล้ชิดความเจ็บป่วยของคนคนนั้นก็จะส่งผ่านมาที่เราในที่สุดเราก็จะซึมซับและไม่มีชีวิตที่ไม่มีความสุขตามไปด้วย

 



ลักษณะของกัลยาณมิตร

ในทางตรงกันข้ามหากเราต้องการทำชีวิตให้มีความสุขและประสบความสำเร็จจงทำตัวให้ดึงดูดกัลยาณมิตร หรือเพื่อนที่ดี ที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนเราให้เข้ามาในชีวิต กัลยาณมิตรนั้นดูไม่ยาก คนที่คอยช่วยส่งเสริมและพัฒนาเราให้ทำความฝันของเราให้สำเร็จ ช่วยสร้างความมั่นใจ เชื่อมั่นในตัวเรา คอยให้กำลังใจ คอยช่วยเหลือสนับสนุนโดยไม่หวังผลตอบแทน

ลักษณะของคนที่คอยสนับสนุนเราไม่เป็นภัย ดูได้ดังนี้ เช่น มีความเป็นห่วงเป็นใย คอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ สนับสนุนด้วยใจจริง หวังดีอยากเห็นเรามีความสุข เข้าใจเรา เข้าใจในมุมมองของเรา และหากมีความเห็นต่างจากเราก็จะอธิบายด้วยเหตุผล ไม่พูดเสียดสีหรือทำร้ายจิตใจเรา เชื่อใจได้ ไม่ต้องระแวงหรือคอยระวังตัวว่าจะถูกหักหลัง พึ่งได้ พูดคำไหนคำนั้น ซื่อสัตย์ มีคุณธรรมไม่โกหก หลอกลวง เชื่อมั่นในสิ่งที่ตนกำลังทำ

 

 

 

รับมืออย่างไรหากต้องทำงานร่วมกับคนที่มีลักษณะToxic

ถึงแม้ว่าเราจะรู้กันว่า toxic ในที่ทำงาน หรือ คนที่เป็นtoxic มีอยู่ทุกที่ จากประสบการณ์และการวิจัยอย่างจริงจังของPorath Freeman นักจิตวิทยาด้านระบบประสาทเผยให้เห็นว่า พฤติกรรมtoxic มักเกิดจากสภาพแวดล้อม เกิดจากปัจจัยที่อยู่รอบข้างหรือสถานการณ์ที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องมันไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ toxic ต่างจากbully แต่จุดประสงค์เหมือนกันคือต้องการทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดแต่เป็นในรูปแบบที่แตกต่างกัน passive-aggressive ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของคนที่เป็นtoxic

หากในที่ทำงานมีการรับคนที่เป็น toxic เข้ามาสภาพแวดล้อมในที่ทำงานก็จะเปลี่ยนไปและอาจทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัท อย่างไรก็ตามในสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่มีความเครียดและกดดันก็อาจสร้างมนุษย์ที่มีลักษณะtoxic ให้เกิดขึ้นได้เช่นกันเนื่องจากความเครียดที่สะสม การแข่งขันในตำแหน่งหน้าที่

การไม่มีเวลาได้พัก หรือการต้องติดกับการใช้เทคโนโลยีมากเกินไปโดยไม่ได้สัมผัสกับความเป็นมนุษย์ เช่นต้องเช็คอีเมล์ ตอบกลับ การทำงานในหลากหลายหน้าที่เกินไป การขาดการสื่อสารกับผู้คนส่งผลต่อความเครียด ลักษณะของคนtoxic สามารถเกิดการถ่ายทอดและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

อย่างไรก็ตามไม่ควรรับคนมีลักษณะ toxic เข้าทำงานตั้งแต่แรกเพราะอาจสร้างความเสียหายให้บริษัทและอาจจะเสียงบประมาณมหาศาลในการจ้างคนใหม่ที่มีทักษะมาทำงานแทนคนดีมีทักษะที่ทยอยกันลาออก



คน toxicนั้นไม่ได้เจอแต่ในที่ทำงานแต่หากเราต้องเจอในชีวิตคู่ก็อาจทำให้เราสับสนและแยกไม่ออกได้เช่นกัน ด้วยบุคคลิคเฉิดหยิ่ง มั่นใจ ไม่แคร์ใครอาจดึงดูดรสนิยมของคนบางคน แต่เมื่อคบหาอาจทำให้อีกฝ่ายเกิดความสงสัย และไม่แน่ใจระหว่างความห่วงใยกับการถูกควบคุม สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์หากเกิดการก้าวล่วงล้ำเส้น หรือใช้ความไว้วางใจไปในเชิงบังคับข่มขู่แต่บอกกับอีกฝ่ายว่าเป็นความหวังดีห่วงใยทำให้อีกฝ่ายเกิดความไม่มั่นใจว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรกับความสัมพันธ์เช่นนี้ก็อาจเป็นเหตุให้ต้องจบความสัมพันธ์ลง แต่อาจต้องใช้เวลาที่ยาวนานในการแก้ไขหรือจบความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้

นอกจากนี้หากเจอเจ้านายประเภทtoxic ก็เช่นเดียวกันเรามักจะเจอกับการใช้อำนาจในทางที่ผิดเช่นในการตัดสินคนอื่นโดยแค่การใช้มุมมองตนเองหรือ ใช้สัญชาติญาณของตัวเองในการตัดสินและทำให้ร้ายคนอื่น คนประเภทนี้เป็นอันตรายทำให้เกิดความเสียหาย

การมีพฤติกรรมที่ใจร้ายนี้ Freeman ได้ศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงประสาทกับความสัมพันธ์ด้านสัญชาติญาณของมนุษย์ และอธิบายไว้ว่าทำไมคนtoxic ต้องการทำให้คนอื่นเจ็บปวด คำตอบคือ เกิดจากพัฒนาที่มีผลมาจากสิ่งแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่เผชิญอยู่แบบด้วยความไม่พอใจ ไม่สบอารมณ์เกิดเป็นผลทำให้จิตใจเกิดความคิดที่เป็นลบขึ้นในจิตใจ

ข้อบกพร่องของคนประเภทนี้คือการขาดเรื่องของความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ทำให้การรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องไม่ชัดเจน เข้าไม่ถึงหรือไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดของผู้อื่น และตอบสนองกับความคิดลบที่ตัวเองมีอยู่นั้นด้วยการโต้ตอบที่รุนแรง หรือกลั่นแกล้งทารุณกรรม

คนประเภทนี้อาจมีลักษณะทางจิตที่บกพร่องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่น มีลักษณะของจิตเภทบางอย่าง เช่น Borderline personality disorder หรือ โรคอารมณ์แปรปรวนบกพร่อง ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เมื่อถูกกระตุ้น เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายมีพฤติกรรมที่เป็นอันตรายอาจทำร้ายตัวเองและผู้อื่น

หากต้องทำงานร่วมกับคนtoxic นักจิตวิทยาแนะนำว่าจงอย่านั่งใกล้คนประเภทนี้และจำกัดเวลาในการคบหาหรือการพูดคุยสื่อสาร หากต้องทำงานกับเจ้านายประเภทนี้ก็ควรมองหางานใหม่เอาไว้ด้วย

 



 

ป้องกันตัวเองอย่างไรหากต้องเผชิญหน้ากับคน Toxic

1. จำกัดการติดต่อ

พยายามอย่าจัดโต๊ะทำงานให้นั่งใกล้คนToxic และหากต้องร่วมทีมกับมนุษย์ toxic ควรให้เจ้านายรับรู้และขอทำงานจากบ้านให้มากกว่ามาเจอกัน และลดวันการประชุมกลุ่มลง

แต่หากเจ้านายเป็นพวก Toxic ซะเองให้จำกัดการใช้เวลาร่วมกันหรือให้คนอื่นช่วยเข้าฟังเจ้านายแทน และควรมองหางานใหม่ หรือขอย้ายไปอยู่ทีมอื่น แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ก็ควรเรียนรู้เกี่ยวกับสัญญาณอันตรายของคนลักษณะToxic และใช้การทดสอบเรื่องสถานการณ์ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ และพฤติกรรมการปรับตัวเข้ากับผู้อื่นเข้ามาคัดกรองตั้งแต่เริ่มต้น

และหากคู่ชีวิตของเราเป็นมนุษย์Toxic และต้องเลี้ยงลูกร่วมกัน ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญหรือนักจิตวิทยาให้ช่วยปรับแนวคิดที่เป็นลบและพฤติกรรมที่ส่งผลเสียด้านสุขภาพจิตของคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
 

2.  วางขอบเขตให้ชัดเจน

หากต้องเผชิญหน้ากับคนToxic ที่พยายามโยนความผิดให้เราหรือกำลังต่อว่าด่าทอเราให้เราตั้งสติ สงบอารมณ์ และให้บอกไปว่าเราพร้อมที่จะคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาหากเขาสงบสติอารมณ์ให้ได้ก่อนแล้วค่อยกลับมาคุยกัน  และควรเดินออกห่างในเวลานี้ และควรหากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยเติมพลังให้ความมั่นใจของตัวเองทำเพื่อผ่อนคลาย

3.  ไม่ต้องพยายามอธิบาย

หลีกเลี่ยงการอธิบายเนื่องจากคน toxicมักจะปฎิเสธที่จะฟังคำอธิบายมุมมองของคนอื่น และพยายามที่จะทำให้เราอารมณ์เสียดังนั้นให้ตอบไปว่ายังไม่สามารถที่จะอธิบายอะไรได้ในตอนนี้เพราะกำลังยุ่งอยู่ และหยุดที่จะอธิบายใดๆเพิ่มเติมถึงแม้จะถูกตื้อเท่าไรก็ตาม


4.  สร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง

เราควรสังเกตลักษณะของพวกคนToxic และพยายามที่จะเลี่ยงก่อนที่จะถูกโจมตี รับรู้พฤติกรรมของพวกtoxic และอย่าไปสนับสนุนพฤติกรรมtoxic ของพวกเขา เช่นอย่าให้คนtoxic สามารถสร้างเรื่องเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องดราม่าใหญ่โตใช้ความรุนแรงหรือคำพูดการกระทำ ทำร้ายจิตใจเราโดยเกินกว่าเหตุ และ ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น


ทำไมคนtoxic ถึงทำแบบนั้น

นักจิตวิทยาด้านระบบประสาทกล่าวว่าไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าการกระทำเช่นนั้นมีผลเกี่ยวเนื่องมาจากความหวาดกลัวและความไม่มั่นคงด้านจิตใจจึงอยากที่จะควบคุมสถานการณ์และควบคุมผู้อื่นให้เป็นไปตามที่ตนคิด ซึ่งทำให้เกิดเป็นลักษณะทางจิต สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้ ถึงแม้คนพวกนี้จะมีบุคคลิกภาพที่น่าหลงใหลดึงดูด มีความมั่นใจในตัวเองแต่แท้จริงแล้วเป็นพวกชอบควบคุมผู้อื่น เอาแต่ใจ และสั่งให้ผู้อื่นทำในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล Freeman กล่าวว่าสิ่งที่จะช่วยให้เราพ้นจากการตกเป็นเหยื่อของคนtoxicได้คือ การควบคุมสติของตัวเอง หรือ ความสงบในจิตใจ เพราะคนพวกนี้ขาดทักษะนี้ หรือที่เรียกว่า emotional regulation จึงทำให้ไม่สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์และมักจะระเบิดใส่ผู้อื่นเมื่อมีเหตุที่ทำให้ไม่พอใจเกิดขึ้น ดังนั้นการที่เราจะสามารถพ้นภัยจากคนพวกนี้ได้เราต้องใช้ emotional regulation ให้เป็น

5 ขั้นตอนการฝึกทักษะการคุมสติอารมณ์ด้วย self-regulation

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ emotional regulation ของตัวเองทำได้ดังนี้

1.   สร้างพื้นที่ส่วนตัว 

ความโกรธหรือฉุนเฉียวมักเกิดขึ้นเร็วมากโดยไม่ทันได้ตั้งตัว อารมณ์แบบนนี้เป็นอารมณ์ที่ยากในการจัดการดังนั้นให้เราสูดหายใจเข้าลึกๆและหยุดทำทุกสิ่งเพื่อให้ตัวเองได้เบรค และค่อยๆตอบสนองสิ่งที่มารบกวนจิตใจนั้นอย่างช้าๆ

2.   สังเกตการรับรู้ปฎิกิริยาของตัวเอง

ฝึกสังเกตสิ่งที่มากระทบอารมณ์ทำให้เกิดปฎิกิริยาตอบสนองของร่างกายและความรู้สึก เช่นมีอาการ ท้องไส้ปั่นป่วน ใจเต้นแรง ปวดขมับ ปวดคอ หรือปวดหัว อาการเหล่านี้บ่งบอกถึงผลกระทบที่มาจากการถูกกระตุ้นด้านอารมณ์ ควรหมั่นสังเกตอาการเสมอๆ

3.   ระบุอารมณ์ความรู้สึกนั้นให้ได้

อารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเราควรรู้ว่ามันคืออะไร เช่น โกรธ เศร้า ผิดหวัง หรือ แค้นเคือง อะไรที่ชัดเจนที่สุดและอะไรที่รองลงมา บางครั้งเราอาจมีหลายอารมณ์เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และหากสืบค้นให้ลึกลงไปอารมณ์ต่างๆที่มีอาจมีพื้นฐานและสาเหตุมาจากความกลัว ดังนั้นก็ควรหาสาเหตุให้เจอว่าเรากลัวอะไรเพื่อจะได้แก้ไขได้ถูกจุดและสามารถแบ่งปันการรับรู้นี้เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้

4.   ยอมรับ

เป็นเรื่องธรรมชาติที่มนุษย์มีอารมณ์ตอบสนองต่อสิ่งเร้าแต่การรับรู้และยอมรับเพื่อหาการตอบสนองที่ดีเข้าใจตัวเองเห็นใจตัวเองเป็นเรื่องที่ควรฝึกทำอยู่เสมอ


5.  ฝึกสงบสติอารมณ์

รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าและการตั้งสติโดยใช้หลักการทำงานภายในของเราด้วยการมองให้รอบโดยไม่ตัดสินอะไรใดและไม่คิดอะไรใดๆ ไม่ใส่ความคิดลบและสงบนิ่งฝึกทำแบบนี้ประจำๆ

คนที่มีความบกพร่องในการควบคุมตัวเองมักมีอารมณ์แปรปรวนควบคุมอารมณ์ และ ความคิดลบของตัวเองไม่ได้ ดังนั้นการมาพบนักจิตวิทยาเพื่อทำ therapeutic สามารถช่วยได้

 
อ้างอิง
 
https://www.linkedin.com/pulse/part-ii-increasing-toxic-behavior-workplace-dr-joel-ehrlich/?articleId=9081197070088963871

https://www.psychologytoday.com/us/blog/when-disaster-strikes-inside-disaster-psychology/201911/how-pull-away-toxic-people-and-who



 


 

 

 

 

 

 

 


 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้