ทำไมเพื่อนถึงไม่สามารถบำบัดบาดแผลทางใจให้เราได้

510 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ทำไมเพื่อนถึงไม่สามารถบำบัดบาดแผลทางใจให้เราได้

ทำไมเพื่อนไม่สามารถบำบัดบาดแผลทางใจให้เราได้

ดร.มฤษฎ์ แก้วจินดา (Ph.D.) นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ


เพื่อนกับนักจิตวิทยาเราควรจะเลือกปรึกษาใคร?

คนส่วนใหญ่เวลาเจออุปสรรคหรือปัญหามรสุมชีวิตมักจะเลือกปรึกษาเพื่อนเพราะเพื่อนเป็นคนที่เราไว้ใจ และเพื่อนมักจะพูดในสิ่งที่ทำให้เราสบายใจ หรือคำพูดที่เราอยากได้ยิน

แต่ความเป็นเพื่อนมีข้อจำกัดด้วยความลำเอียง หรืออคติที่มาจากความรู้จักคุ้นเคยกันมา  เพื่อนสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ทว่ากับปัญหาบางด้านของชีวิตกลับไม่เป็นผลดีสักเท่าไร หนำซ้ำยังเป็นการเอาปัญหาของตนเองไปทำให้เพื่อนต้องกังวลใจ ทุกข์ใจตามไปด้วย  

ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อนอาจพยายามที่จะช่วยแก้ปัญหาแทนเรา นั่นยิ่งไปกันใหญ่อาจนำพาไปพบกับความเสี่ยง หรือบางทีอาจทำให้ปัญหาบานปลายซับซ้อนยุ่งยากเข้าไปอีก

ดังนั้นนักจิตวิทยาหลายท่านแนะนำว่า เราสามารถคุยปรึกษาเพื่อนได้ในระดับหนึ่ง แต่การไปปรึกษานักจิตวิทยาจะช่วยให้เราออกจากปัญหาได้อย่างถูกแนวทางและเข้าใจตัวเองมากขึ้นในแบบที่ยั่งยืนกว่า เพราะนักจิตวิทยาผ่านการฝึกอบรมช่วยเหลือดูแลด้านจิตใจให้ผู้รับบริการมาอย่างเชี่ยวชาญ

 

Credit picture by mylovelytext.com

 

โดยเฉพาะปัญหาเหล่านี้ขอแนะนำว่าไปพบนักจิตวิทยาจะคุ้มค่ากับเวลาและได้แนวทางที่ดีกว่า เช่น ความเศร้าโศกเสียใจอันเกิดจากเหตุการณ์สูญเสีย การจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก ความวิตกกังวล หวาดกลัว ภาวะซึมเศร้า บาดแผลทางใจ การเสพติดบางสิ่งบางอย่าง ปัญหาสัมพันธภาพ และความเครียด ภาวะอารมณ์แปรปรวน หรือ เรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอื่นๆ

ทั้งนี้เนื่องจากนักจิตวิทยาเป็นผู้ผ่านการฝึกฝนอบรมจนเชี่ยวชาญมีความรู้ด้านจิตวิทยาทางการแพทย์ในเชิงวิทยาศาสตร์เรื่องการดูแลสุขภาพจิตใจอย่างมืออาชีพ การช่วยเหลือย่อมได้ผลที่ดีมีหลักการมากกว่า อย่ากลัวหรือรู้สึกอายที่จะมาพบนักจิตวิทยาเพราะนักจิตวิทยาเป็นผู้รับฟังที่ดีและคอยช่วยเราไขปัญหาโดยไม่มีภาวะทางอารมณ์ที่ขุ่นเคืองสร้างความไม่สบายใจให้เราเวลามาปรึกษา

 

เพื่อนเป็นคนที่มีความสำคัญในชีวิตของเรา เป็นคนที่คอยช่วยเหลือเรา แบ่งปันทุกข์-สุข ประสบการณ์ทั้งดี-เลว ยอมรับในตัวตนเราก็จริง

แต่เพื่อนไม่ใช่นักจิตวิทยาส่วนตัวของเรา ไม่ใช่ผู้ที่จะมาบำบัดจิตใจให้กับเราในเรื่องปัญหาครอบครัว หรือปัญหาส่วนตัว และด้วยเหตุผลหลายประการที่เพื่อนมีความเกี่ยวข้องด้านสัมพันธภาพที่ลึกซึ้งกับเราทำให้การบำบัดทางใจจึงสามารถเกิดความโอนเอียงไม่เป็นธรรมได้ง่ายดาย


 

 

ในทางกลับกันนักจิตวิทยานั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในเชิงสัมพันธภาพส่วนตัวกับเรา

ดังนั้นความเป็นมืออาชีพที่ช่วยบำบัดดูแลด้านจิตใจจึงมีประสิทธิภาพมากกว่า

และนั้นคือเหตุผลที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยเหลือหรือบำบัดด้านจิตใจของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ อย่างที่หลายคนอาจเคยรู้สึกอึดอัดเวลาที่เพื่อนให้คำชี้แนะในสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยและเพื่อนอาจโกรธ หรือหงุดหงิดเวลาเราไม่ทำตามคำแนะนำ


ดังนั้นอยากแบ่งปัน ข้อคิดสักนิดว่า เพื่อนหรือคนในครอบครัวอาจสนับสนุนเราในเรื่องความรัก ความอบอุ่นและกำลังใจ แต่พวกเขาไม่เหมาะที่จะมาให้การปรึกษาหรือทำจิตบำบัดให้เรา พวกเขาไม่สามารถทำหน้าที่เป็นนักจิตวิทยาส่วนตัวให้เราได้

ดังนั้นการไปพบนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญเพื่อได้รับความช่วยเหลือหรือบำบัดด้านจิตใจให้มีชีวิตกลับมามีความสุขหรือใช้ชีวิตได้เป็นปกติสุขเช่นเดิมจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าและมีประโยชน์มากกว่า ลองมาดูกันว่าเพราะอะไรเพื่อนถึงไม่สามารถเป็นนักจิตวิทยาส่วนตัวให้เพื่อนได้



 

11 เหตุผลที่เพื่อนไม่สามารถทำการบำบัดด้านจิตใจหรือเป็นนักจิตวิทยาส่วนตัวให้เพื่อนได้

1. อคติ เนื่องจากเพื่อนรู้จักเราเป็นการส่วนตัว ทำให้อ่อนไหว มีอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง รู้สึกเห็นอกเห็นใจเพื่อนจนไม่กล้าบอกความจริงให้เพื่อนรู้กลัวไม่สบายใจ

2. การฝึกอบรมด้านจิตวิทยาอย่างเชี่ยวชาญ นักจิตวิทยาผ่านการเรียนรู้ อบรมและการฝึกฝนในเรื่องการทำจิตบำบัดอย่างลึกซึ้งและจริงจังมานานนับปี และในระดับป.เอกต้องฝึกฝนร่ำเรียนถึง 5 ปี กว่าจะสอบได้ใบอนุญาตทางวิชาชีพนักจิตวิทยา ดังนั้นการผ่านการให้บริการการปรึกษาของนักจิตวิทยาจึงมีชั่วโมงบินที่มากกว่าเพื่อนเราอย่างแน่นอน และหากเรามีเพื่อนเป็นนักจิตวิทยาก็ควรให้นักจิตวิทยาท่านอื่นมาดูแลเราจะเป็นการดีและเหมาะสมกว่า

3. การรักษาความลับ นักจิตวิทยาได้รับการฝึกฝนอบรมเน้นย้ำด้านจรรยาบรรณวิชาชีพของนักจิตวิทยาในการเก็บรักษาข้อมูลของผู้มารับบริการไว้เป็นความลับเป็นอย่างดี และยังมีข้อกำหนด เงื่อนไขที่อาจส่งผลทางกฎหมายสำหรับใบอนุญาต ความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงของนักจิตวิทยาแต่ละท่านอีกด้วย

4. การถูกพิพากษา เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่อดไม่ได้ในการใช้ความคิดเห็นส่วนตัวไปตัดสินปัญหาของคนอื่นหรือเลือกทางออกให้ผู้อื่นในแบบที่ตนเองคิดว่าดีแล้ว

อย่างหลายๆกรณีที่เราต้องกลับมาคิดทบทวนว่า ถ้ารู้แบบนี้ไม่บอกให้พื่อนรู้จะดีซะกว่า อย่างไรก็ดีการมาปรึกษานักจิตวิทยา นักจิตวิทยาจะรับฟังอย่างเป็นกลางโดยไม่ตัดสิน ทำให้เรารู้สึกสบายใจและสร้างบรรยากาศให้พร้อมไปสู่การเปลี่ยนแปลง

5. ความเป็นมืออาชีพ นักจิตวิทยามากด้วยประสบการณ์และการบ่มเพาะฝึกฝนอบรมด้านการบำบัดดูแลจิตใจมาเป็นระยะเวลานานดังนั้นย่อมเห็นภาพหรือปัญหาได้ชัดเจนกว่าเรา

6. ความต่อเนื่อง เพื่อนอาจล้มเลิกที่จะช่วยเหลือหากไม่สามารถที่จะแก้ไขหรือช่วยเหลือเราได้อีกต่อไป ต่างจากนักจิตวิทยา ตราบใดที่ภาวะด้านจิตใจหรือปัญหาทางใจยังไม่คลี่คลายนักจิตวิทยาก็จะไม่ทิ้งเราไปไหนเว้นแต่เราเองต้องการที่จะหยุดการปรึกษากับนักจิตวิทยาท่านนั้น

7. การเป็นตัวของตัวเอง เราอาจรู้สึกเกรงใจเพื่อนหรือไม่กล้าบอกความจริงเพราะกลัวเพื่อนจะดูถูก หรือ ไม่เห็นด้วยในบางเรื่อง แต่กับนักจิตวิทยาเราสามารถเป็นตัวเองและเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงได้

8. สามารถหยุดใช้บริการเมื่อไรก็ได้ การปรึกษานักจิตวิทยาเราสามารถหยุดมาปรึกษาเมื่อไรก็ได้ที่เรารู้สึกดีขึ้น แต่หากเป็นเพื่อนอาจยากในการบอกความรู้สึกว่าไม่ต้องการคำแนะนำหรือที่ปรึกษาจากเพื่อน

บางครั้งเราอาจเคยได้ยินบางคนพูดว่า “แกเลิกแนะนำฉันซะทีว่าฉันควรต้องทำอะไร ฉันคิดเองได้”อะไรทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งเพราะการปรึกษานักจิตวิทยานั้นเป็นมืออาชีพกว่า ให้เกียรติผู้รับบริการและรักษาความลับมากกว่าโดยไม่ทำให้เราเกิดความรำคาญใจ

9. การพลักดันให้ถึงเป้าหมาย นักจิตวิทยาจะช่วยพลักดันสนับสนุนเราให้ไปถึงจุดหมายที่ได้วางแผนไว้ แต่เพื่อนอาจไม่ได้ช่วยในจุดนี้หรือเป้าหมายของเพื่อนอาจไม่ใช่เป้าหมายเดียวกับเรา

10. การใส่ใจในความสำเร็จ  นักจิตวิทยาใส่ใจผลสำเร็จของเรา แต่เพื่อนมักทุมเทกับการใช้เวลาอยู่ร่วมกับเรา สังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้มากกว่าการโฟกัสไปที่ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น

11. ความเหนื่อยล้าที่จะรับฟังปัญหา เพื่อนอาจรู้สึกเหนื่อยหน่ายในการรับฟังปัญหาต่างๆของเราจนไม่อยากฟังอีกต่อไป แต่กับนักจิตวิทยาที่ต้องช่วยเหลือคน ดังนั้นนักจิตวิทยาจะไม่ทอดทิ้งเราอย่างแน่นอน

ไม่ใช่เพราะแค่เรื่องจรรยาบรรณหรือกฎข้อบังคับทางวิชาชีพ แต่เป็นเพราะนักจิตวิทยามีใจที่จะช่วยเหลือคนที่มีปัญหาให้ได้รับการฟื้นฟูด้านจิตใจและแก้ไขความไม่สบายใจเพื่อพบทางออกที่ดีในการใช้ชีวิตที่มีความสุข

 


 

ดังนั้นเมื่อรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมการไปพบนักจิตวิทยาถึงช่วยเราได้มากกว่าการไปปรึกษาเพื่อนหรือญาติเรา เราควรเปิดใจและกล้าที่จะเล่าปัญหาที่ไม่สบายใจหรืออยากแก้ไขสิ่งที่ยังเป็นกังวลให้นักจิตวิทยาฟังเพื่อผลลัพธ์ของการบำบัดรักษาดูแลด้านจิตใจที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

อ้างอิง:

  1. https://www.wellnite.com/post/pros-cons-therapy-friend
  2. https://drjessematthews.com/
  3. foresightmentalhealth.com
  4. https://www.bettermindthailand.com/


   

 

 

 

 

 

 

 


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้